Quick Answer Rejuran vs Sculptra : Rejuran และ Sculptra ต่างกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวเหมือนกัน แต่ใช้สารตั้งต้นและกลไกคนละแบบ Rejuran ใช้ Polynucleotide (PN) จาก DNA ปลาแซลมอน เน้นซ่อมแซมผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น ผลอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน ส่วน Sculptra ใช้ Poly-L-Lactic Acid (PLLA) เน้นกระตุ้นคอลลาเจนแบบเข้มข้นเพื่อยกกระชับผิวหย่อนคล้อย ผลอยู่ได้นาน 1.5–2 ปี
Rejuran และ Sculptra คืออะไร?


ก่อนเทียบความต่าง มาทำความรู้จักทั้งสองตัวกันก่อน
Rejuran เป็น Skin Booster ที่มีตัวยาเป็น Polynucleotide (PN) สกัดจาก DNA ปลาแซลมอน ฉีดเข้าสู่ผิวชั้นหนังแท้เพื่อส่งสัญญาณกระตุ้นให้เซลล์ผิวซ่อมแซมตัวเอง
อ่านเพิ่มเติม Rejuran คืออะไร


Sculptra เป็น Biostimulator ที่มีตัวยาเป็น Poly-L-Lactic Acid (PLLA) สารสังเคราะห์ที่เข้ากันได้ดีกับร่างกาย เมื่อฉีดเข้าผิวจะค่อยๆ สลายตัวพร้อมกระตุ้นให้ Fibroblast สร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่อย่างต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม Sculptra คืออะไร
อ่านเพิ่มเติม Fibroblast คืออะไร
Rejuran vs Sculptra ต่างกันตรงไหนบ้าง?
| หัวข้อ | Rejuran | Sculptra |
|---|---|---|
| สารตั้งต้น | Polynucleotide (PN) จาก DNA ปลาแซลมอน | Poly-L-Lactic Acid (PLLA) |
| กลไกหลัก | ส่งสัญญาณซ่อมแซมเซลล์ + กระตุ้นคอลลาเจนระดับอ่อน | กระตุ้น Fibroblast สร้างคอลลาเจนอย่างเข้มข้น |
| เน้นแก้ปัญหา | ผิวหมองคล้ำ หลุมสิวตื้น รูขุมขนกว้าง ผิวขาดความชุ่มชื้น | ผิวหย่อนคล้อย ร่องลึก ผิวขาดคอลลาเจนจากวัย |
| จำนวนครั้งแนะนำ | 3–4 ครั้ง ทุก 2–3 สัปดาห์ | 2–3 ครั้ง ทุก 4–6 สัปดาห์ |
| เริ่มเห็นผล | 3–5 วันหลังฉีดครั้งแรก | 2–3 สัปดาห์หลังฉีด |
| ผลอยู่ได้นาน | ประมาณ 6 เดือน | 1.5–2 ปี |
| ระดับการลงทุน | ต้องทำซ้ำบ่อยกว่าเพื่อรักษาผล | ลงทุนครั้งแรกสูงกว่า แต่อยู่ได้นานกว่ามาก |

ทำไมทั้งสองตัวถึงเรียกว่า “กระตุ้นคอลลาเจน” เหมือนกัน แต่ผลต่างกันมาก?
นี่คือจุดที่หลายคนสับสน ทั้ง Rejuran และ Sculptra กระตุ้นคอลลาเจนได้จริง แต่ “ระดับความเข้มข้น” ของการกระตุ้นไม่เท่ากัน
Sculptra ทำงานผ่านอนุภาค PLLA ที่สลายตัวช้าๆ ต่อเนื่องเป็นเดือน กระตุ้นให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนใหม่อย่างหนาแน่น จึงเหมาะกับคนที่ผิวหย่อนคล้อยชัดเจนและต้องการยกกระชับโครงสร้างผิว
ส่วน Rejuran ทำงานผ่าน PN ที่ส่งสัญญาณทางชีวภาพให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเอง กลไกนี้อ่อนโยนกว่าและเน้นที่คุณภาพผิวมากกว่าโครงสร้าง จึงเหมาะกับคนที่อยากแก้ปัญหาผิวหมองคล้ำ หลุมสิว หรือผิวขาดน้ำมากกว่าผิวหย่อนคล้อย
Rejuran และ Sculptra ปลอดภัยแค่ไหน?
ทั้งสองตัวผ่านการรับรองความปลอดภัยและใช้กันแพร่หลายในวงการแพทย์ความงามทั่วโลกมานานหลายปี
Rejuran ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไทย ตั้งแต่ปลายปี 2565 ส่วน Sculptra เป็นที่ยอมรับในระดับสากลมานานกว่า 10 ปี ทั้งคู่ผลิตจากสารที่เข้ากันได้ดีกับร่างกายมนุษย์ จึงมีความเสี่ยงต่อการแพ้หรือเกิดปฏิกิริยารุนแรงต่ำมาก
อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยจะขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลักเสมอ คือความชำนาญของแพทย์ผู้ฉีด คุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ และการประเมินสภาพผิวก่อนทำอย่างละเอียด การเลือกทำที่คลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้ผลิตภัณฑ์แท้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดความเสี่ยง
เลือกแบบไหนดี ให้เหมาะกับปัญหาผิวของคุณ
- ผิวหมองคล้ำ ขาดน้ำ หลุมสิวตื้น รูขุมขนกว้าง → Rejuran
- ผิวหย่อนคล้อย ร่องลึก เริ่มเห็นสัญญาณวัยชัดเจน → Sculptra
- อยากเห็นผลเร็ว ไม่อยากรอนาน → Rejuran (เห็นผลใน 3–5 วัน)
- อยากได้ผลที่อยู่ได้นาน ไม่อยากทำซ้ำบ่อย → Sculptra
- มีทั้งปัญหาผิวหมองคล้ำและผิวหย่อนคล้อย → ทำร่วมกันได้ ภายใต้การประเมินของแพทย์
Rejuran กับ Sculptra ทำร่วมกันได้ไหม?
ได้ และหลายคนทำควบคู่กันเพื่อแก้ปัญหาผิวให้ครบทุกมิติ เพราะ Rejuran เน้นซ่อมแซมคุณภาพผิวระดับพื้นผิว ส่วน Sculptra เน้นกระชับโครงสร้างผิวระดับลึก ทำงานคนละชั้นและคนละกลไกกัน จึงไม่ทับซ้อนกัน
อย่างไรก็ตาม ควรเว้นระยะห่างระหว่างการฉีดทั้งสองตัวตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อให้ผิวฟื้นตัวได้เต็มที่ในแต่ละขั้นตอน
ก่อนตัดสินใจทำ Rejuran หรือ Sculptra ควรเตรียมตัวอย่างไร?
ไม่ว่าจะเลือกทำตัวไหน การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีและปลอดภัยมากขึ้น
ก่อนเข้ารับการฉีด
- ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพ้ยา ยาหรืออาหารเสริมที่รับประทานอยู่ และประวัติการทำหัตถการอื่นๆ ในช่วง 1–3 เดือนที่ผ่านมา เพื่อให้แพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยที่สุด
- ควรงดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 48 ชั่วโมง และงดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพรินหรือยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงของรอยช้ำหลังฉีด ทั้งนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยาใดๆ โดยเฉพาะหากรับประทานยาประจำอยู่
หลังฉีด
การดูแลหลังทำของทั้งสองตัวมีความแตกต่างกัน
- หลังทำ Rejuran ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวดบริเวณที่ฉีดแรงๆ ในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรก
- หลังทำ Sculptra แพทย์มักแนะนำให้นวดเบาๆ บริเวณที่ฉีดตามคำแนะนำเฉพาะ เพื่อช่วยกระจายตัวยาให้สม่ำเสมอและลดโอกาสเกิดตุ่มใต้ผิว
ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลอย่างเคร่งครัด เนื่องจากแต่ละคลินิกอาจมีรายละเอียดที่แตกต่างกันเล็กน้อย
FAQ
A: ทั้งสองตัวมีการทายาชาก่อนฉีดเหมือนกัน ความรู้สึกระหว่างทำใกล้เคียงกัน ส่วนใหญ่บอกว่ารู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ต่างกันมาก
A: ไม่จำเป็น ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละคน ถ้าผิวหย่อนคล้อยเป็นปัญหาหลัก ทำ Sculptra อย่างเดียวก็เพียงพอ แต่ถ้าอยากได้ผิวที่ดูสุขภาพดีและฉ่ำวาวด้วย การทำร่วมกับ Rejuran จะช่วยเสริมผลลัพธ์ให้ครบมิติยิ่งขึ้น
A: โดยทั่วไป Sculptra มีค่าใช้จ่ายต่อครั้งสูงกว่า Rejuran แต่เมื่อคิดในระยะยาว Sculptra อยู่ได้นานกว่ามากจึงอาจคุ้มค่ากว่าในบางกรณี ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและงบประมาณของแต่ละคน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนที่เหมาะกับคุณที่สุด
A: ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักหายเองภายใน 1–2 วัน ทั้งสองตัวได้รับการรับรองความปลอดภัยและใช้กันแพร่หลายทั่วโลก หากทำกับแพทย์ที่มีความชำนาญความเสี่ยงจะต่ำมาก
Related Links
- Rejuran (รีจูรัน) คืออะไร ฉีดกี่ครั้งถึงเห็นผล?
- Biostimulator คืออะไร?
- Skin Booster vs Biostimulator ต่างกันอย่างไร?
- Skin Booster มีกี่ชนิด? เปรียบเทียบครบ
หากยังไม่แน่ใจว่าผิวของคุณเหมาะกับ Rejuran, Sculptra หรือทั้งสองตัว ทีมแพทย์ La Grace พร้อมประเมินผิวและให้คำแนะนำเฉพาะบุคคลฟรี สามารถนัดหมายผ่าน LINE @lagraceclinic หรือติดต่อสาขาใกล้บ้าน
