ฟิลเลอร์ คืออะไร ก่อนฉีดครั้งแรก ต้องรู้เรื่องนี้

แชร์บทความ

🔍 Quick Answer ฟิลเลอร์ คืออะไร : ฟิลเลอร์ (Dermal Filler) คือสารเติมเต็มชนิด Hyaluronic Acid (HA) ที่ฉีดเข้าสู่ชั้นผิวเพื่อเพิ่มวอลุ่ม ปรับรูปหน้า และลดร่องลึกต่างๆ โดยไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลทันทีหลังฉีด อยู่ได้ 6-18 เดือน สลายได้เองตามธรรมชาติ และสามารถสลายเร่งได้ด้วยสาร Hyaluronidase หากต้องการแก้ไข ควรฉีดโดยแพทย์ผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเท่านั้น

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร

ฟิลเลอร์ คือสารเติมเต็มที่ผลิตขึ้นเพื่อเลียนแบบ ไฮยาลูรอนิค แอซิด (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในผิวหนังตามธรรมชาติ เมื่อร่างกายผลิต HA ได้น้อยลงตามอายุ ผิวจะบางลงและเกิดริ้วรอยง่ายขึ้น การฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในบริเวณที่ยุบตัว เช่น ใต้ตา ร่องแก้ม ขมับ จะช่วยให้ผิวดูเต่งตึงและเรียบเนียนขึ้น

👉 อยากรู้ว่า ฟิลเลอร์ เหมาะกับปัญหาแบบไหนของคุณ จองคิวปรึกษาแพทย์ฟรี

ฟิลเลอร์ มีกี่ประเภท

แบ่งตามระยะเวลาที่อยู่ได้

ฟิลเลอร์ชั่วคราว (Temporary Filler) — สารเติมเต็ม Hyaluronic Acid (HA) สลายเองตามธรรมชาติ เป็นฟิลเลอร์ชนิดเดียวที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไทย อยู่ได้ประมาณ 6-24 เดือน

ฟิลเลอร์กึ่งถาวร (Semi-Permanent Filler) — เช่น Calcium Hydroxyapatite, PLLA อยู่ได้ 2-5 ปี แต่ยังไม่ผ่านการรับรอง อย. ไทย และมีความเสี่ยงเกิดก้อนใต้ผิวได้มากกว่า

ฟิลเลอร์ถาวร (Permanent Filler) — เช่น ซิลิโคนเหลว, PMMA ไม่สามารถย่อยสลายได้เอง หากเกิดปัญหาต้องผ่าตัดออกเท่านั้น ไม่แนะนำให้ฉีดสารกลุ่มนี้ และไม่ผ่านการรับรอง อย. ไทย

แบ่งตามส่วนผสม

HA FillerCaHA Filler
สารหลักHyaluronic AcidCalcium Hydroxylapatite
เนื้อสัมผัสนุ่ม ละเอียดหนากว่า
ผลเห็นเมื่อไหร่ทันทีทันที + กระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว
อยู่ได้นานแค่ไหน6-18 เดือน12+ เดือน
สลายได้ไหมได้ (ด้วย Hyaluronidase)สลายเองตามธรรมชาติ
เหมาะกับใต้ตา ปาก ร่องแก้มแก้ม ขมับ ร่องลึก

ฉีดฟิลเลอร์ตำแหน่งไหนได้บ้าง

ฟิลเลอร์ใต้ตา — เติมเต็มร่องลึก ถุงใต้ตา ช่วยให้ดวงตาดูสดใสขึ้น
👉 อ่านรายละเอียดเต็มที่ ฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ปาก — เติมเต็มริมฝีปากให้อิ่มฟู ปรับรูปทรงปากให้สมส่วน

ฟิลเลอร์คาง — ปรับความยาวคางให้เรียวขึ้น ช่วยแก้ปัญหาคางสั้น คางบุ๋ม

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม — เติมเต็มร่องแก้มที่ลึกจากอายุหรือการยุบตัวของกระดูก

ฟิลเลอร์ขมับ — เติมเต็มขมับตอบ ปรับสัดส่วนใบหน้าโดยรวม เป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงสูง ควรฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะทางเท่านั้น เนื่องจากใกล้เส้นเลือดที่เชื่อมไปยังลูกตา

ฟิลเลอร์หน้าผาก — เติมเต็มรอยบุ๋ม ร่องลึกบนหน้าผาก

ฟิลเลอร์จมูก — เพิ่มความคมของสันจมูก ใช้ปริมาณไม่เกิน 1 CC โดยทั่วไป หากฐานจมูกเดิมน้อยเกินไป แพทย์อาจแนะนำการผ่าตัดแทน

ฟิลเลอร์ใต้ตา

ใครเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์

  • ผู้ที่มีริ้วรอยหรือร่องลึกบนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม ขมับ ใต้ตา หน้าผาก
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด เช่น เสริมคาง จมูก
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เห็นได้ทันที ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น

ใครไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์

  • ผู้ที่กำลังเป็นเริมหรืองูสวัด
  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่แพ้สาร Hyaluronic Acid หรือแพ้ยาชา
  • ผู้ที่มีผิวอักเสบ เช่น ผื่น ลมพิษ บริเวณที่จะฉีด
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายหรือหยุดยาก รวมถึงผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด
  • ผู้ที่มีประวัติแผลเป็นคีลอยด์

ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน

เห็นผลทันทีหลังฉีด แต่ช่วงแรกอาจมีอาการบวมเล็กน้อย ผลลัพธ์ที่ชัดเจนจะเห็นเต็มที่ในช่วง 2-3 สัปดาห์หลังฉีด ฟิลเลอร์ HA ที่ผ่าน อย. ไทย จะสลายเองตามธรรมชาติภายใน 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของ ฟิลเลอร์ ตำแหน่งที่ฉีด และการเผาผลาญของแต่ละบุคคล เมื่อ ฟิลเลอร์ สลายไปแล้ว สามารถกลับมาฉีดเติมใหม่ได้ โดยควรเว้นระยะ 2-4 สัปดาห์และปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ฟิลเลอร์มียี่ห้อไหนบ้าง

ฟิลเลอร์ ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย มีหลายยี่ห้อ เช่น Juvederm (อเมริกา), Restylane (สวีเดน), Belotero (สวิตเซอร์แลนด์), Definisse (อิตาลี) แต่ละยี่ห้อมีรุ่นย่อยที่เหมาะกับตำแหน่ง และปัญหาผิวต่างกัน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและเลือกให้เหมาะกับแต่ละเคส ไม่แนะนำให้เลือกยี่ห้อเองโดยไม่ผ่านการประเมินจากแพทย์

ฉีดฟิลเลอร์ อันตรายไหม

ฟิลเลอร์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย (สาร Hyaluronic Acid) มีความเสี่ยงต่ำและไม่มีสารตกค้างในร่างกาย เนื่องจากสลายได้เองตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุดคือการ ฉีดฟิลเลอร์ เข้าเส้นเลือด ซึ่งอาจทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือด เกิดการอักเสบรุนแรง หรือในกรณีร้ายแรงอาจถึงขั้นตาบอดหรือเป็นอันตรายถึงชีวิต

ความเสี่ยงนี้ลดลงได้มากเมื่อฉีดโดยแพทย์ผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และมีความรู้เรื่องโครงสร้างสรีระของบริเวณที่ฉีด ไม่ควร ฉีดฟิลเลอร์ กับผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมไม่ว่ากรณีใดก็ตาม

สาเหตุที่ทำให้ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน

  1. ฉีดโดยผู้ไม่มีประสบการณ์เพียงพอ — ไม่สามารถประเมินชนิดฟิลเลอร์และปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละตำแหน่งได้ถูกต้อง
  2. เลือกชนิดฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับตำแหน่งที่ฉีด — แต่ละชั้นผิวต้องการฟิลเลอร์ที่มีความหนาแน่นต่างกัน
  3. ปริมาณที่ใช้ไม่เหมาะสม — ฉีดมากเกินไปหรือฉีดผิดชั้นผิว
  4. ฟิลเลอร์ปลอม ที่ไม่ใช่สาร Hyaluronic Acid — ไม่สามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ ทำให้จับตัวเป็นก้อนถาวร

วิธีตรวจสอบ ฟิลเลอร์แท้ ก่อนฉีด

  • ฉลากภาษาไทยและเลขทะเบียน อย. — ต้องระบุชื่อสินค้า ส่วนประกอบ และเลขทะเบียนชัดเจน
  • Lot Number ที่ตรวจสอบได้ — สแกน QR Code บนกล่องเพื่อตรวจสอบกับผู้แทนจำหน่ายได้
  • บรรจุภัณฑ์สมบูรณ์ — กล่องและ Seal ต้องไม่มีรอยเปิดหรือแกะมาก่อน
  • ราคาไม่ถูกผิดปกติ — ฟิลเลอร์แท้มีต้นทุนสูง ราคาที่ถูกเกินจริงควรตั้งข้อสงสัย

ก่อนฉีดทุกครั้ง ควรขอให้แพทย์เปิดกล่องฟิลเลอร์ให้ดูต่อหน้า และสแกน QR Code เพื่อตรวจสอบก่อนฉีด

ฟิลเลอร์

ก่อน ฉีดฟิลเลอร์ ควรเตรียมตัวอย่างไร

  • งดยาแอสไพรินและยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs ก่อนฉีดอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดวิตามินอี น้ำมันปลา และสารที่กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
  • งดผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว (Retinol, Glycolic Acid) บริเวณที่จะฉีด 3 วันก่อนทำ
  • งดแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนฉีด
  • แจ้งโรคประจำตัวและยาที่รับประทานอยู่ให้แพทย์ทราบทุกครั้ง

หลัง ฉีดฟิลเลอร์ ควรดูแลตัวเองอย่างไร

  • หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า แดดจัด ออกกำลังกายหนัก อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงแรก
  • หลีกเลี่ยงการแตะ กด หรือนวดบริเวณที่ฉีดในช่วง 3 วันแรก
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์คงรูปได้ดี
  • งดเลเซอร์ความร้อนบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 1 เดือน
  • หากมีอาการบวมมากขึ้นหลัง 3 วัน ควรติดต่อคลินิกทันที

ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ฉีดฟิลเลอร์ ราคาเท่าไหร่

ราคาฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ตำแหน่งที่ฉีด และปริมาณที่ใช้ในแต่ละจุด ควรเข้ารับการปรึกษาและประเมินจากแพทย์ก่อนเพื่อทราบราคาที่แม่นยำตามความต้องการเฉพาะบุคคล

👉 ดูโปรโมชั่นฟิลเลอร์ล่าสุด

ฟิลเลอร์

FAQ — คำถามที่พบบ่อยก่อน ฉีดฟิลเลอร์

Q: ฉีดฟิลเลอร์ เจ็บไหม?

A: แพทย์จะทายาชาก่อนฉีดทุกครั้ง และฟิลเลอร์ส่วนใหญ่มีส่วนผสมของยาชาอยู่แล้ว อาจรู้สึกเข็มเล็กน้อยระหว่างฉีด หลังทำอาจมีรอยบวมหรือช้ำเล็กน้อยที่หายภายใน 1-3 วัน

Q: ฟิลเลอร์ อยู่ได้นานแค่ไหน?

A: ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์และบริเวณที่ฉีด โดยทั่วไป HA Filler อยู่ได้ 6–18 เดือน ส่วน CaHA อยู่ได้นานกว่า 12 เดือนขึ้นไป การดื่มน้ำให้เพียงพอและหลีกเลี่ยงความร้อนจัดช่วยยืดอายุฟิลเลอร์ได้ด้วย

Q: ฉีดฟิลเลอร์ แล้วกลับบ้านได้เลยไหม?

A: ได้ ฟิลเลอร์ไม่มี downtime ใช้เวลาฉีดประมาณ 30-60 นาที หลังทำสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ

Q: ฟิลเลอร์ปลอม กับ ฟิลเลอร์แท้ ต่างกันอย่างไร?

A: ฟิลเลอร์แท้ (HA) สลายได้เองตามธรรมชาติและสลายเร่งได้ด้วย Hyaluronidase หากเกิดปัญหา ส่วน ฟิลเลอร์ปลอม ไม่สามารถสลายได้เอง ต้องขูดหรือผ่าตัดออกเท่านั้น และอาจก่อให้เกิดการอักเสบหรือก้อนใต้ผิวในระยะยาว

Q: ฟิลเลอร์ ต่างจาก Sculptra อย่างไร?

A: ฟิลเลอร์ให้ผลทันทีโดยเติมวอลุ่มจากภายนอก ส่วน Sculptra กระตุ้นให้ผิวสร้าง คอลลาเจน ของตัวเอง ผลค่อยๆ ปรากฏแต่คงอยู่นานกว่า 2 ปี แพทย์จะประเมินและแนะนำตัวเลือกที่เหมาะสม

Q: ก่อนฉีด ฟิลเลอร์ ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

A: ควรหยุดวิตามิน E น้ำมันปลา และยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (เช่น แอสไพริน) ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงรอยช้ำ งดแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนฉีด และควรขอให้แพทย์เปิดกล่องฟิลเลอร์ให้ดูและ Scan QR ยืนยันของแท้ก่อนฉีดทุกครั้ง


รวมรีวิว ฟิลเลอร์ ทั้งหมด

ฟิลเลอร์ใต้ตา และร่องแก้ม ช่วยลดร่องลึกใต้ตา ร่องแก้มดูตื้นขึ้น ปรับรูปหน้าให้กลับไปอ่อนเยาว์อีกครั้ง

จากปัญหาใบหน้ากลม บาน และหย่อนคล้อย ไม่มั่นใจในรูปหน้าของตัวเองเวลาถ่ายรูป คุณหมอจึงได้มีการปรับรูปหน้า กรอบหน้าชัด โดยจะเห็นผลทันทีหลังทำ และเมื่อใช้เวลาซักระยะ รูปหน้าจะกระชับ เป๊ะได้รูปขึ้นเยอะมากค่ะ

จองคิวปรึกษาแพทย์ฟรี

📞 087 494-4000 / 087 494-9000
Line: @lagraceclinic

Related Links

Similar Posts