🔍 Quick Answer : ฟิลเลอร์ใต้ตา คือการฉีด Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปในบริเวณร่องใต้ตาหรือ Tear Trough เพื่อเติมปริมาตรที่หายไป ลดร่องลึกและรอยคล้ำจากเงา เห็นผลทันที อยู่ได้ 9–18 เดือน เหมาะกับคนที่มีร่องใต้ตาลึกจากการสูญเสียปริมาตร ไม่ใช่จากถุงไขมันที่นูนออกมา และเป็นหัตถการที่ต้องการความเชี่ยวชาญของแพทย์สูงมาก
ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร?
บริเวณใต้ตาเป็นหนึ่งในจุดที่บ่งบอกอายุและความอ่อนล้าได้ชัดเจนที่สุดบนใบหน้า ร่องใต้ตาที่ลึก รอยคล้ำ หรือที่ดูเหมือนมีถุงใต้ตา ล้วนทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยและเหนื่อยล้าแม้พักผ่อนเพียงพอแล้ว
ฟิลเลอร์ใต้ตา คือการฉีด Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปในบริเวณ Tear Trough ซึ่งเป็นร่องที่อยู่ระหว่างเปลือกตาล่างและแก้ม การฉีดจะช่วยเติมปริมาตรที่หายไปคืนมา ทำให้ร่องตื้นขึ้นและใบหน้าดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ปัญหาใต้ตาเกิดจากอะไร?
ก่อนตัดสินใจทำฟิลเลอร์ใต้ตา สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเข้าใจก่อนว่าปัญหาใต้ตาเกิดจากสาเหตุใด เพราะไม่ใช่ทุกปัญหาที่ฟิลเลอร์จะแก้ได้
ร่องใต้ตาลึก (Tear Trough Deformity) เกิดจากการสูญเสียปริมาตรของไขมันและเนื้อเยื่อใต้ตาตามวัย ทำให้เกิดร่องลึกระหว่างตาและแก้ม แสงและเงาที่ตกลงในร่องนี้ทำให้ดูคล้ำและเหนื่อยล้า กรณีนี้ฟิลเลอร์ตอบโจทย์ได้ดี
ถุงไขมันใต้ตานูน (Fat Pad Herniation) เกิดจากไขมันรอบดวงตาเคลื่อนตัวออกมาด้านหน้า ทำให้เห็นเป็นก้อนนูนใต้ตา กรณีนี้ฟิลเลอร์ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุและอาจทำให้ดูนูนมากขึ้นได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อน
รอยคล้ำใต้ตา เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งหลอดเลือดโปร่งแสง เม็ดสีผิว หรือเงาจากร่องใต้ตา ฟิลเลอร์ช่วยได้เฉพาะกรณีที่รอยคล้ำเกิดจากเงาของร่องลึกเท่านั้น
👉 ผิวใต้ตาบางมากและเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้บริเวณนี้เสียความชุ่มชื้นได้ง่าย บางคนอาจพิจารณา Skin Booster ร่วมด้วยเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา
ฟิลเลอร์ใต้ตา ทำงานอย่างไร?


Hyaluronic Acid ที่ใช้ในฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายและมีคุณสมบัติดูดซับน้ำได้ดี เมื่อฉีดเข้าไปในบริเวณร่องใต้ตาจะช่วยเติมปริมาตรที่หายไปคืนมา ทำให้แสงและเงาบนใบหน้าดูสมดุลและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ฟิลเลอร์ที่ใช้กับใต้ตาต้องเป็นสูตรที่มีความนุ่มและไหลตัวได้ดี หรือที่เรียกว่ามีค่า G-prime ต่ำ เพราะผิวใต้ตาบางมากและเคลื่อนไหวตลอดเวลา การใช้ฟิลเลอร์แข็งในบริเวณนี้อาจทำให้เห็นก้อนหรือดูไม่เป็นธรรมชาติได้
ปริมาณที่แพทย์ใช้โดยทั่วไปอยู่ที่ 0.2–0.5 ml ต่อข้าง และมักนิยม undercorrect เล็กน้อยก่อนแล้วค่อยประเมินผลดีกว่า overcorrect ทันที
เทคนิคการฉีด: Cannula vs Needle


แพทย์อาจเลือกใช้เทคนิคต่างกันขึ้นอยู่กับการประเมินของแต่ละเคส
Cannula (เข็มปลายทู่) Cannula ลดโอกาสเกิดรอยช้ำได้มากกว่า เพราะปลายทู่ไม่ตัดผ่านเนื้อเยื่อ และลดความเสี่ยงต่อหลอดเลือดได้ดีกว่า แต่อาจมีโอกาสบวมมากกว่าเล็กน้อย
Needle (เข็มปลายแหลม) ให้ความแม่นยำในการวางตำแหน่งสารได้ดี แต่มีโอกาสเกิดรอยช้ำสูงกว่า
งานวิจัยล่าสุดพบว่าผลลัพธ์และความพึงพอใจของผู้ป่วยไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างสองเทคนิค การเลือกใช้เทคนิคใดขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญและการประเมินของแพทย์ในแต่ละเคส
ฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะกับใคร?
- มีร่องใต้ตาลึกจากการสูญเสียปริมาตรตามวัย
- ดูเหนื่อยล้าหรือแก่กว่าวัยเนื่องจากร่องใต้ตา
- ต้องการผลลัพธ์ที่เห็นได้ทันทีโดยไม่ผ่าตัด
- ผิวใต้ตามีความหนาพอสมควร ไม่บางเกินไป
ใครที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหรือหลีกเลี่ยง
- ผู้ที่มีถุงไขมันใต้ตานูนชัดเจน ฟิลเลอร์อาจทำให้ดูนูนมากขึ้นได้
- ผู้ที่ผิวใต้ตาบางมาก มีความเสี่ยงต่อ Tyndall Effect สูงกว่า
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณใกล้เคียง
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของฟิลเลอร์
ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้
ทันทีหลังฉีด เห็นผลทันที ร่องใต้ตาดูตื้นขึ้น ใบหน้าดูสดชื่นขึ้น อาจมีบวมเล็กน้อยในวันแรก ซึ่งอาจใช้เวลา 2–3 สัปดาห์กว่าจะยุบสนิทเนื่องจาก HA มีคุณสมบัติดูดซับน้ำ
2 สัปดาห์ ฟิลเลอร์ settle ตัวเต็มที่ ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน โดยเฉลี่ย 9–18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ และ metabolism ของแต่ละคน บริเวณใต้ตามักอยู่ได้นานกว่าบริเวณที่มีการขยับมากอย่างริมฝีปาก
ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่ควรรู้
ใต้ตาเป็นบริเวณที่ sensitive ที่สุดในการฉีดฟิลเลอร์ ควรรู้ความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและหายเองได้ รอยช้ำ (พบ 18.4%) และบวม (พบ 19.2%) ซึ่งมักหายภายใน 2–3 วัน ถึง 2–3 สัปดาห์
Tyndall Effect (พบ 0.9%) เกิดเมื่อฉีดฟิลเลอร์ตื้นเกินไปหรือปริมาณมากเกินไป ทำให้ผิวใต้ตาดูเป็นสีฟ้าหรือเทา แก้ไขได้ด้วยการฉีด Hyaluronidase สลาย ฟิลเลอร์ออก
👉 แก้ไขได้ด้วยการฉีด Hyaluronidase สลายฟิลเลอร์ออก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ควรเลือกฉีด ฟิลเลอร์ HA เท่านั้น สำหรับบริเวณใต้ตา
ก้อนฟิลเลอร์ หรือ Contour Irregularity (พบ 5.3%) อาจเกิดก้อนเล็กๆ ในบริเวณที่ฉีด หรือที่เรียกกันว่า ฟิลเลอร์เป็นก้อน ส่วนใหญ่แพทย์สามารถนวดให้กระจายตัวได้หรือสลายด้วย Hyaluronidase
Vascular Complication เป็นความเสี่ยงที่พบได้น้อยแต่รุนแรงที่สุด หากสารเข้าหลอดเลือดอาจทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือด ดังนั้นการเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์จึงสำคัญมาก
ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหนึ่งในหัตถการที่ต้องการความเชี่ยวชาญสูงที่สุดในบรรดาการฉีดฟิลเลอร์ทั้งหมด การเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะทางและคลินิกที่มีมาตรฐานจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด
เตรียมตัวก่อนและหลังทำอย่างไร?
ก่อนทำ งดแอลกอฮอล์และยากลุ่ม NSAID เช่น แอสไพริน อย่างน้อย 2–3 วันก่อนทำเพื่อลดโอกาสช้ำ งดอาหารเสริมที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่น วิตามิน E และน้ำมันปลาค่ะ แจ้งแพทย์หากมียาประจำหรือประวัติแพ้ยา
หลังทำ หลีกเลี่ยงการกดหรือนวดบริเวณใต้ตา 24–48 ชั่วโมง ประคบเย็นเบาๆ หากมีบวมในวันแรก งดออกกำลังกายหนักและซาวน่า 24 ชั่วโมง นอนหัวสูงเล็กน้อยในคืนแรกเพื่อลดบวม และงดแอลกอฮอล์ 48 ชั่วโมงหลังทำ
ฟิลเลอร์ใต้ตา vs ทางเลือกอื่น
| วิธี | กลไก | เหมาะกับ | Downtime |
|---|---|---|---|
| ฟิลเลอร์ใต้ตา | เติมปริมาตรร่องใต้ตา | ร่องใต้ตาลึกจากปริมาตรหาย | น้อยมาก |
| Thermage Eye | RF กระชับผิวรอบตา | ผิวหย่อนคล้อยรอบตา | ไม่มี |
| Skin Booster | เติมความชุ่มชื้น | ผิวใต้ตาแห้งและหมอง | น้อยมาก |
| ผ่าตัด Blepharoplasty | ตัดถุงไขมันและผิวส่วนเกิน | ถุงไขมันนูนมาก | 1–2 สัปดาห์ |
FAQ
A: บริเวณใต้ตาค่อนข้างไวกว่าบริเวณอื่น แต่แพทย์จะทายาชาก่อนทำเพื่อลดความเจ็บปวด งานวิจัยระบุว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่รู้สึกเจ็บในระดับ 2–3 จาก 10 เท่านั้น
A: โดยเฉลี่ย 9–18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ และ metabolism ของแต่ละคน
A: ได้ค่ะ ฟิลเลอร์ HA สามารถสลายด้วย Hyaluronidase ได้ภายใน 24–48 ชั่วโมง นี่เป็นข้อดีสำคัญของการใช้ HA filler
A: ฟิลเลอร์ใต้ตาต้องใช้สูตรที่นุ่มและไหลตัวได้ดีกว่า (G-prime ต่ำ) เพราะผิวใต้ตาบางมากและเคลื่อนไหวตลอดเวลา การใช้ฟิลเลอร์แข็งในบริเวณนี้อาจทำให้เห็นก้อนหรือเกิด Tyndall Effect ได้
A: ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ฉีดและความเชี่ยวชาญของแพทย์เป็นหลัก หลักการสำคัญคือน้อยกว่าดีกว่าเสมอสำหรับบริเวณใต้ตา แพทย์ที่ดีจะเริ่มจากปริมาณน้อยและค่อยๆ ประเมินผล
A: ได้ หลายคนทำฟิลเลอร์ใต้ตาร่วมกับแก้มหรือคางในวันเดียวกัน แต่ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ว่าเหมาะสมหรือไม่
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Liu X, et al. The efficacy and safety of hyaluronic acid injection in tear trough deformity: A systematic review and meta-analysis. Aesthetic Plastic Surgery. 2024;48(3):478–490. อ่านงานวิจัย
- Puyana C, Montes JR. Long-term effects of tear trough hyaluronic acid filler: A retrospective study. Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology. 2025;18(11):44–47. อ่านงานวิจัย
- Torabi SJ, et al. Are tear trough fillers really that bad? Facial Plastic Surgery & Aesthetic Medicine. 2025.
Related Links
- ฟิลเลอร์คืออะไร?
- ฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง
- ฟิลเลอร์เป็นก้อน เกิดจากอะไร?
- ดูแลผิวหลังฉีดฟิลเลอร์
- Sculptra vs ฟิลเลอร์ vs โบท็อกซ์
หากสนใจทำฟิลเลอร์ใต้ตา การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและโครงสร้างใต้ตาก่อนตัดสินใจจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยที่สุด
👉 จองคิวปรึกษาฟรี คลิกที่นี่ 📞 087 494-4000 / 087 494-9000 Line: @lagraceclinic
