ฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้กี่ cc อยู่ได้กี่เดือน ราคาเท่าไหร่

ฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้กี่ cc อยู่ได้กี่เดือน ราคาเท่าไหร่

🔍 Quick Answer: ฟิลเลอร์ใต้ตา คือการฉีดฟิลเลอร์ชนิด HA เช่น Restylane เข้าไปในร่องใต้ตา (Tear Trough) เพื่อเติมปริมาตรที่หายไป โดยทั่วไปใช้ประมาณ 0.2–0.5 cc ต่อข้าง หรือรวมไม่เกิน 1 cc ส่วนใหญ่เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่หลังฉีด และอยู่ได้ราว 9–18 เดือน เหมาะกับร่องใต้ตาลึกจากการสูญเสียปริมาตร ไม่ใช่ถุงไขมันใต้ตาที่นูนออกมา ทั้งนี้ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร?

บริเวณใต้ตาเป็นหนึ่งในจุดที่บ่งบอกอายุ และความอ่อนล้าได้ชัดเจนบนใบหน้า ร่องใต้ตาที่ลึก รอยคล้ำ หรือที่ดูเหมือนมีถุงใต้ตา ล้วนทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยและเหนื่อยล้าแม้พักผ่อนเพียงพอแล้ว

ฟิลเลอร์ใต้ตา คือการฉีด Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปในบริเวณ Tear Trough ซึ่งเป็นร่องที่อยู่ระหว่างเปลือกตาล่างและแก้ม การฉีดจะช่วยเติมปริมาตรที่หายไปคืนมา ทำให้ร่องตื้นขึ้น และใบหน้าดูสดชื่นขึ้น

ฟิลเลอร์ใต้ตา ใช้กี่ cc ราคาเท่าไหร่?

โดยทั่วไปแพทย์ใช้ฟิลเลอร์ใต้ตาประมาณ 0.2–0.5 cc ต่อข้าง หรือรวมทั้งสองข้างไม่เกิน 1 cc และมักเริ่มจากปริมาณน้อยก่อน แล้วค่อยประเมินผลหลังฟิลเลอร์เข้าที่ ดีกว่าฉีดเยอะตั้งแต่ครั้งแรก

ที่ La Grace Clinic ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาด้วย Restylane ซึ่งเป็นฟิลเลอร์ชนิด HA ราคา 1 cc 13,500 บาท ส่วนใหญ่ใต้ตาใช้ไม่เกิน 1 cc แพทย์จะประเมินปริมาณที่เหมาะกับแต่ละคนก่อนฉีด

ปัญหาใต้ตาเกิดจากอะไร?

ก่อนตัดสินใจทำฟิลเลอร์ใต้ตา สิ่งสำคัญคือ ต้องเข้าใจก่อนว่าปัญหาใต้ตาเกิดจากสาเหตุใด เพราะไม่ใช่ทุกปัญหาที่ฟิลเลอร์จะแก้ได้

ร่องใต้ตาลึก (Tear Trough Deformity) เกิดจากการสูญเสียปริมาตรของไขมันและเนื้อเยื่อใต้ตาตามวัย ทำให้เกิดร่องลึกระหว่างตาและแก้ม แสงและเงาที่ตกลงในร่องนี้ทำให้ดูคล้ำและเหนื่อยล้า กรณีนี้ฟิลเลอร์ตอบโจทย์ได้ดี

ถุงไขมันใต้ตานูน (Fat Pad Herniation) เกิดจากไขมันรอบดวงตาเคลื่อนตัวออกมาด้านหน้า ทำให้เห็นเป็นก้อนนูนใต้ตา กรณีนี้ฟิลเลอร์ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุและอาจทำให้ดูนูนมากขึ้นได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อน

รอยคล้ำใต้ตา เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งหลอดเลือดโปร่งแสง เม็ดสีผิว หรือเงาจากร่องใต้ตา ฟิลเลอร์ช่วยได้เฉพาะกรณีที่รอยคล้ำเกิดจากเงาของร่องลึกเท่านั้น

👉 ผิวใต้ตาบางมากและเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้บริเวณนี้เสียความชุ่มชื้นได้ง่าย บางคนอาจพิจารณา Skin Booster ร่วมด้วยเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา

ฟิลเลอร์ใต้ตา ทำงานอย่างไร?

ฟิลเลอร์ใต้ตา โดยแพทย์ La Grace Clinic

Hyaluronic Acid ที่ใช้ในฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกายและมีคุณสมบัติดูดซับน้ำได้ดี เมื่อฉีดเข้าไปในบริเวณร่องใต้ตาจะช่วยเติมปริมาตรที่หายไปคืนมา ทำให้เงาใต้ตาดูลดลง

ฟิลเลอร์ ที่ใช้กับใต้ตาต้องเป็นสูตรที่มีความนุ่มและไหลตัวได้ดี หรือที่เรียกว่ามีค่า G-prime ต่ำ เพราะผิวใต้ตาบางมาก และเคลื่อนไหวตลอดเวลา การใช้ฟิลเลอร์แข็งในบริเวณนี้อาจทำให้เห็นก้อนหรือดูไม่เรียบได้

เทคนิคการฉีด: Cannula vs Needle

แพทย์อาจเลือกใช้เทคนิคต่างกันขึ้นอยู่กับการประเมินของแต่ละเคส

Cannula (เข็มปลายทู่) Cannula ลดโอกาสเกิดรอยช้ำได้มากกว่า เพราะปลายทู่ไม่ตัดผ่านเนื้อเยื่อ และลดความเสี่ยงต่อหลอดเลือดได้ดีกว่า แต่อาจมีโอกาสบวมมากกว่าเล็กน้อย

Needle (เข็มปลายแหลม) ให้ความแม่นยำในการวางตำแหน่งสารได้ดี แต่มีโอกาสเกิดรอยช้ำสูงกว่า

มีงานวิจัยที่พบว่าผลลัพธ์และความพึงพอใจของทั้งสองวิธีไม่แตกต่างกันมาก การเลือกใช้เทคนิคใดขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และการประเมินของแพทย์ในแต่ละเคส

ฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะกับใคร?

  • มีร่องใต้ตาลึกจากการสูญเสียปริมาตรตามวัย
  • ดูเหนื่อยล้าหรือแก่กว่าวัยเนื่องจากร่องใต้ตา
  • ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่หลังฉีดโดยไม่ผ่าตัด
  • ผิวใต้ตามีความหนาพอสมควร ไม่บางเกินไป

ใครที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหรือหลีกเลี่ยง

  • ผู้ที่มีถุงไขมันใต้ตานูนชัดเจน ฟิลเลอร์อาจทำให้ดูนูนมากขึ้นได้
  • ผู้ที่ผิวใต้ตาบางมาก มีความเสี่ยงต่อ Tyndall Effect สูงกว่า
  • หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณใกล้เคียง
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้กี่เดือน? ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้

ทันทีหลังฉีด ส่วนใหญ่ร่องใต้ตาดูตื้นขึ้น ใบหน้าดูสดชื่นขึ้น อาจมีบวมเล็กน้อยในวันแรก ซึ่งอาจใช้เวลา 2–3 สัปดาห์กว่าจะยุบสนิทเนื่องจาก HA มีคุณสมบัติดูดซับน้ำ

2 สัปดาห์ ฟิลเลอร์เข้าที่ อาการบวมยุบลง และเห็นผลลัพธ์ชัดขึ้น

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน โดยเฉลี่ย 9–18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ และ metabolism ของแต่ละคน บริเวณใต้ตามักอยู่ได้นานกว่าบริเวณที่มีการขยับมากอย่างริมฝีปาก

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่ควรรู้

ใต้ตาเป็นบริเวณที่ต้องระวังเป็นพิเศษในการฉีดฟิลเลอร์ ควรรู้ความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยและหายเองได้ คือรอยช้ำและบวม ซึ่งมักหายภายใน 2–3 วัน ถึง 2–3 สัปดาห์

Tyndall Effect (พบได้น้อย) เกิดเมื่อฉีดฟิลเลอร์ตื้นเกินไปหรือปริมาณมากเกินไป ทำให้ผิวใต้ตาดูเป็นสีฟ้าหรือเทา แก้ไขได้ด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์

👉 ฟิลเลอร์ชนิด HA สามารถฉีดสลายได้หากเกิดปัญหา จึงเป็นเหตุผลที่บริเวณใต้ตาควรใช้ ฟิลเลอร์ HA เท่านั้น

ก้อนฟิลเลอร์ หรือ Contour Irregularity (พบได้ไม่บ่อย) อาจเกิดก้อนเล็กๆ ในบริเวณที่ฉีด หรือที่เรียกกันว่า ฟิลเลอร์เป็นก้อน ส่วนใหญ่แพทย์สามารถนวดให้กระจายตัวได้ หรือฉีดสลายฟิลเลอร์

Vascular Complication เป็นความเสี่ยงที่พบได้น้อยแต่ร้ายแรง หากสารเข้าหลอดเลือดอาจทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือด ดังนั้นการเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์จึงสำคัญมาก

ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นหนึ่งในหัตถการที่ต้องการความชำนาญสูงในบรรดาการฉีดฟิลเลอร์ทั้งหมด การเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะทาง และ คลินิกที่มีมาตรฐานจึงเป็นปัจจัยสำคัญ

เตรียมตัวก่อนและหลังทำอย่างไร?

ก่อนทำ งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2–3 วัน และแจ้งแพทย์หากกำลังใช้ยาแก้ปวดหรือยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เพื่อลดโอกาสช้ำ (ไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์) งดอาหารเสริมที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่น วิตามิน E และน้ำมันปลา แจ้งแพทย์หากมียาประจำหรือประวัติแพ้ยา

หลังทำ หลีกเลี่ยงการกดหรือนวดบริเวณใต้ตา 24–48 ชั่วโมง ประคบเย็นเบาๆ หากมีบวมในวันแรก งดออกกำลังกายหนักและซาวน่า 24 ชั่วโมง นอนหัวสูงเล็กน้อยในคืนแรกเพื่อลดบวม และงดแอลกอฮอล์ 48 ชั่วโมงหลังทำ

ฟิลเลอร์ใต้ตา vs ทางเลือกอื่น

วิธีกลไกเหมาะกับDowntime
ฟิลเลอร์ใต้ตาเติมปริมาตรร่องใต้ตาร่องใต้ตาลึกจากปริมาตรหายน้อยมาก
Thermage EyeRF กระชับผิวรอบตาผิวหย่อนคล้อยรอบตาแทบไม่มี
Skin Boosterเติมความชุ่มชื้นผิวใต้ตาแห้งและหมองน้อยมาก
ผ่าตัด Blepharoplastyตัดถุงไขมันและผิวส่วนเกินถุงไขมันนูนมาก1–2 สัปดาห์

FAQ

Q: ฟิลเลอร์ใต้ตาเจ็บไหม?

A: บริเวณใต้ตาค่อนข้างไวกว่าบริเวณอื่น แต่แพทย์จะทายาชาก่อนทำเพื่อลดความเจ็บปวด ส่วนใหญ่รู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย

Q: ฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้นานแค่ไหน?

A: โดยเฉลี่ย 9–18 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ และ metabolism ของแต่ละคน

Q: ถ้าไม่พอใจผลลัพธ์แก้ไขได้ไหม?

A: ได้ ฟิลเลอร์ชนิด HA สามารถฉีดสลายได้ และส่วนใหญ่เห็นผลภายใน 24–48 ชั่วโมง นี่เป็นข้อดีสำคัญของการเลือกใช้ฟิลเลอร์ HA

Q: ฟิลเลอร์ใต้ตา ต่างจาก ฟิลเลอร์แก้มอย่างไร?

A: ฟิลเลอร์ใต้ตาต้องใช้สูตรที่นุ่มและไหลตัวได้ดีกว่า (G-prime ต่ำ) เพราะผิวใต้ตาบางมากและเคลื่อนไหวตลอดเวลา การใช้ฟิลเลอร์แข็งในบริเวณนี้อาจทำให้เห็นก้อนหรือเกิด Tyndall Effect ได้

Q: ทำฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วจะดูแปลกไหม?

A: ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ฉีดและความชำนาญของแพทย์เป็นหลัก หลักการสำคัญคือน้อยกว่าดีกว่าเสมอสำหรับบริเวณใต้ตา แพทย์ที่ดีจะเริ่มจากปริมาณน้อยและค่อยๆ ประเมินผล

Q: ทำฟิลเลอร์ใต้ตาพร้อมกับบริเวณอื่นได้ไหม?

A: ได้ หลายคนทำฟิลเลอร์ใต้ตาร่วมกับแก้มหรือคางในวันเดียวกัน แต่ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ว่าเหมาะสมหรือไม่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

Puyana C, Montes JR. Long-term effects of tear trough hyaluronic acid filler: A retrospective study. Journal of Clinical and Aesthetic Dermatology. 2025;18(11):44–47. อ่านงานวิจัย

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    หากสนใจทำ ฟิลเลอร์ใต้ตา การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและโครงสร้างใต้ตาก่อนตัดสินใจจะช่วยลดความเสี่ยงและได้ผลลัพธ์ที่ดี

    แชร์บทความ

    Similar Posts