Quick Answer: Exosome และ Rejuran ต่างเป็นหัตถการฟื้นฟูผิวที่มาจากเทคโนโลยีชีวภาพ แต่มีต้นกำเนิดและกลไกต่างกัน Exosome คือถุงโปรตีนขนาดนาโนที่หลั่งจากเซลล์ต้นกำเนิด เน้นส่งสัญญาณกระตุ้นให้เซลล์ผิวซ่อมแซมตัวเองในระดับลึก ส่วน Rejuran คือสาร Polynucleotide (PN) ที่สกัดจาก DNA ปลาแซลมอน เน้นซ่อมแซมโครงสร้างผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น ทั้งสองตัวเหมาะกับคนละลักษณะปัญหาผิว และสามารถทำร่วมกันได้ตามการประเมินของแพทย์
Exosome vs Rejuran ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับผิว
หลายคนที่กำลังมองหาวิธีฟื้นฟูผิวแบบล้ำลึก มักเจอสองชื่อนี้พร้อมกันคือ Exosome และ Rejuran เพราะทั้งคู่ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มหัตถการฟื้นฟูผิว จากเทคโนโลยีชีวภาพเหมือนกัน ทำให้เกิดความสงสัยว่าจริงๆ แล้วสองตัวนี้เหมือน หรือต่างกันอย่างไร ควรเลือกทำตัวไหนก่อน หรือทำร่วมกันได้หรือไม่ บทความนี้ จะพาไปเจาะลึกความแตกต่างทีละประเด็น เพื่อให้ตัดสินใจได้ตรงกับปัญหาผิวของตัวเองมากที่สุด
Exosome คืออะไร
Exosome คือถุงโปรตีนขนาดนาโน ที่หลั่งออกมาจากเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cells) ภายในบรรจุ Growth Factor, mRNA/miRNA และไซโตไคน์ ทำหน้าที่เหมือนส่งข้อมูลฟื้นฟูจากเซลล์หนึ่ง ไปยังอีกเซลล์หนึ่ง ช่วยให้เซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ กลับมาทำงานได้อีกครั้ง มักใช้ฉีดหรือทา ร่วมกับเครื่องมือหลังทำเลเซอร์ เพื่อเร่งการฟื้นฟู อ่านรายละเอียดเต็มได้ที่บทความ Exosome คืออะไร
Rejuran คืออะไร
Rejuran คือสาร Polynucleotide (PN) ที่สกัดจาก DNA ปลาแซลมอน ทำหน้าที่กระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ผิว และ เพิ่มความชุ่มชื้นจากภายใน เหมาะกับผิวที่ขาดน้ำ มีรอยแผลเป็น หรือผิวบางลงจากการทำหัตถการอื่นมาก่อน ผลลัพธ์มักอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน อ่านรายละเอียดเต็มได้ที่บทความ Rejuran คืออะไร
จุดร่วมของ Exosome และ Rejuran
ก่อนจะดูความต่าง ทั้งสองตัว มีจุดร่วมกันหลายอย่าง
- ทั้งคู่เป็นหัตถการที่มาจากเทคโนโลยีชีวภาพ ไม่ใช่สารสังเคราะห์ล้วน
- ทั้งคู่ให้ผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การเติมเต็มปริมาตรทันทีแบบฟิลเลอร์
- ทั้งคู่มักต้องทำต่อเนื่องหลายครั้งตามที่แพทย์ประเมิน
- ทั้งคู่สามารถใช้เสริมกับหัตถการอื่น เช่น เลเซอร์ หรือ เครื่องมือกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อเร่งผลลัพธ์ให้ชัดเจนขึ้น
Exosome vs Rejuran ต่างกันอย่างไร
| หัวข้อ | Exosome | Rejuran |
|---|---|---|
| ที่มา | ถุงโปรตีนจากเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cells) | Polynucleotide (PN) จาก DNA ปลาแซลมอน |
| กลไกหลัก | ส่งสัญญาณกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ผิว | กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเพิ่มความชุ่มชื้น |
| จุดเด่น | ฟื้นฟูระดับเซลล์ ลดรอยแดง รอยสิว กระตุ้นการงอกของเส้นผม | ซ่อมแซมโครงสร้างผิว เพิ่มความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้น |
| เหมาะกับ | ผิวอักเสบ รอยสิว ผิวแพ้ง่าย ผิวหลังทำเลเซอร์ | ผิวขาดน้ำ ผิวบาง มีรอยแผลเป็น |
| ระยะเวลาที่ผลอยู่ตัว | ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และ ความถี่ที่ทำ | ประมาณ 6 เดือน |
จากตารางจะเห็นว่าความต่างหลักอยู่ที่ ต้นกำเนิด และ จุดที่แต่ละตัวถนัด
Exosome ถนัดเรื่องการส่งสัญญาณซ่อมแซมเซลล์ และลดการอักเสบ จึงเหมาะกับผิวที่มีปัญหารอยแดง รอยสิว หรือผิวที่เพิ่งผ่านหัตถการแรงๆ มา ส่วน Rejuran ถนัดเรื่องการเติมความชุ่มชื้น และซ่อมแซมโครงสร้างผิวจากภายใน จึงเหมาะกับผิวแห้งขาดน้ำ หรือ มีรอยแผลเป็นมากกว่า
Exosome เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีรอยแดง รอยดำจากสิว สีผิวไม่สม่ำเสมอ เพราะ Exosome ช่วยลดการอักเสบและเร่งการซ่อมแซมเซลล์ผิว
- ผู้ที่เพิ่งทำเลเซอร์หรือทรีตเมนต์แรงๆ มา ต้องการฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงเร็วขึ้น
- ผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ต้องการกระตุ้นการงอกของเส้นผมที่หนังศีรษะ
- ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ต้องการเสริมเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติให้แข็งแรงขึ้น
Rejuran เหมาะกับใคร


- ผู้ที่มีผิวขาดน้ำ แห้งกร้าน ไม่กระจ่างใส เพราะ Rejuran ช่วยเติมความชุ่มชื้นจากภายใน
- ผู้ที่มีรอยแผลเป็นจากสิว หรือหลุมสิว ต้องการซ่อมแซมโครงสร้างผิว
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นและความแน่นของผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป
- ผู้ที่ผิวเริ่มบางลงจากการทำหัตถการอื่นมาก่อน และต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงขึ้น
ทำ Exosome กับ Rejuran ร่วมกันได้ไหม
ทั้งสองหัตถการทำงานคนละกลไกและสามารถเสริมกันได้ในบางกรณี เช่น ทำ Rejuran เพื่อซ่อมแซมโครงสร้างผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น ควบคู่กับ Exosome เพื่อเร่งการฟื้นฟูเซลล์ผิวหลังทำเลเซอร์ อย่างไรก็ตาม การทำร่วมกันควรอยู่ภายใต้การประเมินและวางแผนของแพทย์ผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เพื่อความเหมาะสมกับสภาพผิวและระยะห่างของแต่ละหัตถการ ไม่ควรทำเองตามความเข้าใจโดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน
วิธีเลือกให้เหมาะกับตัวเอง
หากปัญหาหลักคือผิวขาดน้ำ ผิวบาง หรือมีรอยแผลเป็นจากสิว Rejuran มักเป็นตัวเลือกแรกที่แพทย์แนะนำ เพราะเน้นซ่อมแซมโครงสร้างผิวและเติมความชุ่มชื้นจากภายใน
หากปัญหาหลักคือรอยแดง รอยสิว ผิวอักเสบง่าย หรือเพิ่งผ่านการทำเลเซอร์มา Exosome จะช่วยเร่งการฟื้นฟูได้ตรงจุดกว่า เพราะเน้นส่งสัญญาณกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์โดยตรง
หากมีทั้งสองปัญหาพร้อมกัน เช่น ผิวขาดน้ำและมีรอยแดงจากสิวไปด้วย แพทย์อาจแนะนำให้ทำทั้งสองตัวสลับกันตามแผนที่ประเมินเป็นรายบุคคล ทางที่ดีที่สุดคือให้แพทย์ตรวจสภาพผิวจริงก่อนตัดสินใจ เพราะแต่ละคนมีปัญหาผิวและเป้าหมายที่ต่างกัน
ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ
- เลือกคลินิกที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองจาก อย. และมีแหล่งที่มาชัดเจน
- ควรทำโดยแพทย์ผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเท่านั้น ไม่ควรทำกับผู้ที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์
- แจ้งประวัติแพ้ยา ผิวแพ้ง่าย หรือโรคประจำตัวให้แพทย์ทราบก่อนทำทุกครั้ง
- หลังทำควรดูแลผิวอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงแสงแดด และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
A: ทั้งสองตัวให้ผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ทันทีเหมือนฟิลเลอร์ ระยะเวลาที่เห็นผลชัดเจนขึ้นอยู่กับสภาพผิวและจำนวนครั้งที่ทำ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนที่เหมาะกับตัวเอง
A: ทั้งสองใช้วิธีฉีดเข้าสู่ผิวลักษณะใกล้เคียงกัน ความรู้สึกระหว่างทำไม่ต่างกันมาก ทางคลินิกมีการทายาชาก่อนทำเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายระหว่างขั้นตอน
A: ผิวแพ้ง่ายสามารถทำได้ทั้งสองตัว แต่ควรแจ้งประวัติผิวแพ้ง่ายกับแพทย์ก่อนทำทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์เลือกปริมาณและวิธีที่เหมาะสมกับสภาพผิว
A: สามารถทำร่วมกันได้ตามการประเมินของแพทย์ ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวและเป้าหมายของแต่ละคน ไม่มีข้อจำกัดตายตัวว่าต้องเลือกเพียงตัวเดียว
A: ทั้งสองหัตถการไม่ต้องพักฟื้นนาน อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีดในช่วงแรก ซึ่งมักหายไปได้เองภายในเวลาไม่นาน
A: ราคาขึ้นอยู่กับปริมาณ จำนวนครั้ง และแผนการรักษาที่แพทย์ประเมินให้เหมาะกับสภาพผิวแต่ละคน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและใบเสนอราคาที่ตรงกับปัญหาผิวของตัวเอง
สรุป
Exosome และ Rejuran ต่างเป็นหัตถการฟื้นฟูผิว จากเทคโนโลยีชีวภาพ ที่ได้รับความนิยม แต่มีที่มา และ กลไกต่างกัน Exosome เน้นส่งสัญญาณกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ และ ลดการอักเสบ ส่วน Rejuran เน้นซ่อมแซมโครงสร้างผิว และ เติมความชุ่มชื้น การเลือกว่าจะทำตัวไหนก่อน ขึ้นอยู่กับปัญหาผิว และ เป้าหมายของแต่ละคน หากไม่แน่ใจ ว่าผิวของตัวเองเหมาะกับตัวไหน ควรให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจ เพื่อผลลัพธ์ที่ตรงจุดที่สุด
โทร: 087 494-4000, 087 494-9000
Line: @lagraceclinic
บทความที่เกี่ยวข้อง
