ยกกระชับแบบไหน ใช่ สำหรับคุณ

เปรียบเทียบเทคโนโลยี Ulthera, Thermage และ Morpheus 8 

ในยุคที่ความงามเป็นสิ่งสำคัญ หลายคนต่างแสวงหาเทคโนโลยีเพื่อคงความอ่อนเยาว์ การยกกระชับผิวหน้าเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพในการรักษาความอ่อนเยาว์และความสดใสของผิว ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่หลากหลายให้เลือกใช้เพื่อยกกระชับผิวหน้า ซึ่งแต่ละเทคโนโลยีก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป บทความนี้จะเปรียบเทียบเทคโนโลยี Ulthera, Thermage และ Morpheus 8 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมสูงในการยกกระชับผิวหน้า เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณได้

Ulthera : ยกกระชับแบบตรงจุด ล้ำลึกถึงชั้น SMAS

Ulthera เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ส่งพลังงานความร้อนลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง  ในการยกกระชับผิวหน้า โดยการส่งคลื่นอัลตราซาวด์ไปยังชั้นผิวหนังที่ต้องการการรักษาเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ขึ้นมาใหม่ ส่งผลให้ผิวหน้ายกกระชับ เต่งตึง รูขุมขนกระชับ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ร่องแก้มลึก เหนียงย้อย 

วิธีการทำงานของ Ulthera

Ulthera ทำงานโดยการใช้พลังงานอัลตราซาวด์เพื่อเจาะลึกเข้าไปในชั้นผิวหนังชั้น SMAS ทำให้เกิดความร้อนที่สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนัง การสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่นี้จะช่วยให้ผิวหนังยกกระชับและลดริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อดีของ Ulthera

  • ไม่ต้องผ่าตัด: Ulthera เป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด ทำให้ไม่มีบาดแผลและไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน
  • ผลลัพธ์ยาวนาน: ผลลัพธ์ของการรักษาด้วย Ulthera สามารถอยู่ได้นานถึง 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของผู้เข้ารับการรักษา
  • ยกกระชับได้ลึกถึงชั้น SMAS 
  • เห็นผลลัพธ์ชัดเจนหลังทำ 1-2 เดือน
  • ปลอดภัย ได้รับการรับรองจาก FDA
  • สามารถทำได้ทุกส่วนของใบหน้า: Ulthera สามารถใช้ได้กับทุกส่วนของใบหน้า รวมถึงบริเวณรอบดวงตาและลำคอ

ข้อเสียของ Ulthera

  • ราคาแพง: การรักษาด้วย Ulthera มักจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าเทคโนโลยีอื่น ๆ
  • อาจมีอาการเจ็บ: แม้จะไม่ต้องผ่าตัด แต่การใช้พลังงานอัลตราซาวด์ในการรักษาอาจทำให้เกิดอาการเจ็บหรือรู้สึกไม่สบายในบางครั้ง
  • ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนในบางราย

Thermage : กระชับผิวเร่งสร้างคอลลาเจน

Thermage เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานความถี่วิทยุ (Radiofrequency) ในการยกกระชับผิวหน้า โดยการส่งพลังงานความถี่วิทยุลงไปในชั้นผิวหนังเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้ผิวหน้ากระชับ เต่งตึง ริ้วรอยดูจางลง เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย ร่องลึก หรือต้องการปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ

วิธีการทำงานของ Thermage

Thermage ทำงานโดยการใช้พลังงานความถี่วิทยุ (RF) ในการสร้างความร้อนในชั้นผิวหนัง ซึ่งจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ การสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่นี้จะช่วยให้ผิวหนังยกกระชับและลดริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อดีของ Thermage

  • ไม่ต้องผ่าตัด: Thermage เป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด ทำให้ไม่มีบาดแผลและไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน
  • ผลลัพธ์ยาวนาน: ผลลัพธ์ของการรักษาด้วย Thermage สามารถอยู่ได้นานถึง 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของผู้เข้ารับการรักษา
  • สามารถทำได้ทุกส่วนของใบหน้า: Thermage สามารถใช้ได้กับทุกส่วนของใบหน้า รวมถึงบริเวณรอบดวงตาและลำคอ
  • กระชับผิว เร่งสร้างคอลลาเจน
  • เห็นผลลัพธ์ชัดเจนหลังทำ 2-3 เดือน
  • ปลอดภัย ได้รับการรับรองจาก FDA

ข้อเสียของ Thermage

  • ราคาแพง: การรักษาด้วย Thermage มักจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าเทคโนโลยีอื่น ๆ
  • อาจมีอาการเจ็บ: แม้จะไม่ต้องผ่าตัด แต่การใช้พลังงานความถี่วิทยุในการรักษาอาจทำให้เกิดอาการเจ็บหรือรู้สึกไม่สบายในบางครั้ง
  • ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนในบางราย

Morpheus 8 : RF Microneedling กระตุ้นผิวใหม่ลดริ้วรอย

Morpheus 8 เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานความถี่วิทยุ (RF) ร่วมกับเข็มขนาดเล็ก (Microneedling) ในการยกกระชับผิวหน้า โดยการส่งพลังงานความถี่วิทยุลงไปในชั้นผิวหนังผ่านทางเข็มขนาดเล็กเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ลดริ้วรอย รอยแผลเป็น และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวไม่เรียบเนียน รูขุมขนกว้าง รอยแผลเป็น

วิธีการทำงานของ Morpheus 8

Morpheus 8 ทำงานโดยการใช้พลังงานความถี่วิทยุในการสร้างความร้อนในชั้นผิวหนังผ่านทางเข็มขนาดเล็ก ซึ่งจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ช่วยให้ผิวหนังยกกระชับและลดริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับคนที่มีผิวหนัง ยับ ย่น และ ย้อย

ข้อดีของ Morpheus 8

  • ไม่ต้องผ่าตัด: Morpheus 8 เป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด ทำให้ไม่มีบาดแผลและไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน
  • ผลลัพธ์ยาวนาน: ผลลัพธ์ของการรักษาด้วย Morpheus 8 สามารถอยู่ได้นานถึง 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของผู้เข้ารับการรักษา
  • สามารถทำได้ทุกส่วนของใบหน้า: Morpheus 8 สามารถใช้ได้กับทุกส่วนของใบหน้า รวมถึงบริเวณรอบดวงตาและลำคอ
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่
  • ลดริ้วรอย รอยแผลเป็น และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
  • เห็นผลลัพธ์ชัดเจนหลังทำ 1-2 เดือน
  • ปลอดภัย ได้รับการรับรองจาก FDA

ข้อเสียของ Morpheus 8

  • ราคาแพง: การรักษาด้วย Morpheus 8 มักจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าเทคโนโลยีอื่น ๆ
  • อาจมีอาการเจ็บ: แม้จะไม่ต้องผ่าตัด แต่การใช้พลังงานความถี่วิทยุในการรักษาอาจทำให้เกิดอาการเจ็บหรือรู้สึกไม่สบายในบางครั้ง

เปรียบเทียบ Ulthera, Thermage และ Morpheus 8

ประสิทธิภาพในการยกกระชับผิวหน้า

Ulthera, Thermage และ Morpheus 8 ล้วนมีประสิทธิภาพในการยกกระชับผิวหน้า แต่แตกต่างกันไปในด้านวิธีการทำงานและความรู้สึกระหว่างการรักษา:

  1. Ulthera
    • พลังงานที่ใช้: ใช้พลังงานอัลตราซาวด์เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวที่ลึกที่สุด
    • ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: ผิวหน้ายกกระชับและมีการเพิ่มความยืดหยุ่น
    • ระยะเวลาผลลัพธ์: ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 1-2 ปี
    • ความรู้สึกระหว่างการรักษา: บางครั้งอาจมีความรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายในระหว่างการใช้พลังงานอัลตราซาวด์
  1. Thermage
  1. พลังงานที่ใช้: ใช้พลังงานความถี่วิทยุเพื่อสร้างความร้อนในชั้นผิวหนัง
  2. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: ผิวหน้าเรียบเนียนและมีการยกกระชับ
  3. ระยะเวลาผลลัพธ์: ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 1-2 ปี
  4. ความรู้สึกระหว่างการรักษา: บางครั้งอาจมีความรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายในระหว่างการใช้พลังงานความถี่วิทยุ
  1. Morpheus 8
  1. พลังงานที่ใช้: ใช้พลังงานความถี่วิทยุร่วมกับเข็มขนาดเล็กในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  2. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: ผิวหน้ามีการยกกระชับและลดริ้วรอย เหี่ยว ย่น 
  3. ระยะเวลาผลลัพธ์: ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานถึง 1-2 ปี
  4. ความรู้สึกระหว่างการรักษา: อาจมีความรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายในระหว่างการใช้พลังงานความถี่วิทยุและเข็มขนาดเล็ก

บทสรุป

การยกกระชับผิวหน้าเป็นการรักษาที่มีความหลากหลายในปัจจุบัน โดย Ulthera, Thermage และ Morpheus 8 เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพสูง ทั้งนี้การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของคุณเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและตรงกับความต้องการของคุณ

การปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งที่สำคัญในการตัดสินใจเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม นอกจากนี้ควรพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น ค่าใช้จ่าย ความรู้สึกระหว่างการรักษา และการพักฟื้น เพื่อให้คุณสามารถเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการยกกระชับผิวหน้าของคุณ

Similar Posts