เลเซอร์ CO2 คืออะไร กำจัด ขี้แมลงวัน ติ่งเนื้อ จี้ไฝ พร้อมคืนผิวเรียบเนียน

เลเซอร์ CO2
แชร์บทความ

🔍 Quick Answer: เลเซอร์ CO2 คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง? : เลเซอร์ CO2 คือการใช้แสงอินฟราเรดพลังงานสูงกำจัดเนื้อเยื่อที่ไม่ต้องการอย่างแม่นยำ เช่น ขี้แมลงวัน ไฝ ติ่งเนื้อ สิวข้าวสาร และหลุมสิว โดยไม่ทำลายผิวรอบข้าง ผลลัพธ์ถาวร ไม่มีเลือดออก และไม่ต้องพักฟื้น

สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำเลเซอร์ CO2:

  • ใช้เวลา 30–45 นาที ทำเสร็จกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องพักฟื้น
  • ปลอดภัย ผ่านการรับรองจาก อย. ไทย และ US FDA
  • ได้ผลถาวร ขี้แมลงวัน ไฝ ติ่งเนื้อ หายถาวร ไม่กลับมาขึ้นใหม่ในจุดเดิม
  • สะเก็ดหลุดเอง ภายใน 7–14 วัน ไม่ต้องกังวลเรื่องแผล
  • ไม่เจ็บ เพราะมีการทายาชาก่อนทำทุกครั้ง
  • เหมาะกับ ขี้แมลงวัน, ไฝ, ติ่งเนื้อ, กระเนื้อ, สิวข้าวสาร, สิวหิน, หลุมสิว, รูขุมขนกว้าง

💡 La Grace Clinic ให้แพทย์ผิวหนังเป็นผู้ทำทุกเคส ปรึกษาฟรีก่อนตัดสินใจ นัดปรึกษาได้ที่นี่ | ดู โปรโมชันเลเซอร์ CO2 ล่าสุด

เลเซอร์ CO2 คืออะไร?

แพทย์กำลังใช้เครื่อง CO2 Laser เพื่อกำจัดไฝ และขี้แมลงวัน
แพทย์ประเมินและยิงเลเซอร์ CO2 เฉพาะจุดอย่างแม่นยำ

         เลเซอร์  CO2 หรือ คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ คือ พลังงานของเครื่องแสงอินฟราเรด ที่ผลิตจากเครื่องเลเซอร์ ซึ่งมีพลังงานสูง สามารถลดระยะเวลาฉายแสงเลเซอร์ให้สั้นลง และเลือกตำแหน่งที่ต้องการยิงเลเซอร์เพื่อตัด หรือทำลายเนื้อเยื่อที่ไม่ต้องการออกได้อย่างเฉพาะเจาะจง ซึ่งมีความแม่นยำสูง จึงทำให้ไม่เป็นอันตรายต่อผิวข้างเคียง นอกจากนี้เมื่อยิงเลเซอร์แล้วจะไม่มีเลือดออก มีเพียงสะเก็ดแผลบนผิวเล็กน้อย ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิว ไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยม และยอมรับกันอย่างแพร่หลาย เพราะมีความปลอดภัยกว่าการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ นั่นเองค่ะ

 เลเซอร์ CO2 ช่วยเรื่องใดได้บ้าง?

Co2 laser กำจัดไฝ ขี้แมลงวัน ติ่งเนื้อ กระเนื้อ สิวหิน

หลายคนอาจคิดว่าเลเซอร์ CO2 ใช้ได้แค่จี้ไฝ แต่จริง ๆ แล้วเครื่องชนิดนี้สามารถใช้รักษาปัญหาผิวที่เป็นตุ่มนูนหรือก้อนเล็ก ๆ ได้หลายประเภท โดยแพทย์จะประเมินก่อนว่าเป็นรอยชนิดใด และเหมาะกับการรักษาด้วย CO2 Laser หรือไม่

เลเซอร์ CO2 กำจัดขี้แมลงวัน

ขี้แมลงวันเม็ดเล็ก ๆ ที่นูนขึ้นจากผิว เป็นหนึ่งในปัญหาที่ตอบสนองต่อ CO2 Laser ได้ดีมาก เพราะเลเซอร์สามารถค่อย ๆ ลอกชั้นผิวเฉพาะจุดออกได้อย่างแม่นยำ

เหมาะกับ

  • ขี้แมลงวันเม็ดเล็กถึงขนาดกลาง
  • ขี้แมลงวันที่นูนขึ้นจากผิว
  • บริเวณใบหน้า คอ และลำตัว

ส่วนใหญ่ทำเพียงครั้งเดียวก็เห็นผล แต่ถ้าเป็นเม็ดใหญ่หรือมีรากลึก อาจต้องทำซ้ำอีก 1 ครั้ง

เลเซอร์ CO2 จี้ไฝ

ไฝที่นูนขึ้นจากผิวหรือไฝที่ไม่ลึกมาก สามารถใช้เลเซอร์ CO2 กำจัดได้ โดยแพทย์จะค่อย ๆ ยิงเลเซอร์ลงไปทีละชั้นเพื่อลดโอกาสเกิดแผลเป็น

อย่างไรก็ตาม หากเป็นไฝที่ลึกมาก หรือไฝที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น สีไม่สม่ำเสมอ ขอบไม่ชัด โตเร็ว หรือมีเลือดออก แพทย์อาจแนะนำให้ตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจแทน เพื่อความปลอดภัย

เลเซอร์ CO2 กำจัดติ่งเนื้อ

ติ่งเนื้อบริเวณคอ รักแร้ ใต้ราวนม หรือบริเวณที่เสียดสีกับเสื้อผ้า เป็นอีกปัญหาที่รักษาได้ดีด้วย CO2 Laser

ข้อดีคือ

  • แผลเล็ก
  • เลือดออกน้อย
  • หายไว
  • สามารถทำหลายจุดในครั้งเดียวได้

หลายคนเลือกทำเพราะติ่งเนื้อทำให้ผิวดูไม่เรียบ หรือเกี่ยวเสื้อผ้าและเครื่องประดับจนรำคาญ

เลเซอร์ CO2 กำจัดสิวหิน

สิวหินมักพบรอบดวงตา ใต้ตา หรือโหนกแก้ม ลักษณะเป็นเม็ดแข็งเล็ก ๆ สีขาวหรือสีเนื้อ ซึ่งมักไม่หายไปเอง

CO2 Laser สามารถกำจัดสิวหินได้ค่อนข้างดี แต่บริเวณรอบดวงตาเป็นจุดที่ผิวบอบบางมาก จึงควรทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ได้ผลดีและลดความเสี่ยงเรื่องรอยหรือผิวไหม้

เลเซอร์ CO2 กำจัดกระเนื้อ

กระเนื้อหรือ Seborrheic Keratosis มักเป็นตุ่มหรือปื้นสีน้ำตาลที่ดูเหมือนขี้แมลงวันขนาดใหญ่ พบได้บ่อยเมื่ออายุมากขึ้น

หากกระเนื้อมีลักษณะนูนและรบกวนความมั่นใจ สามารถใช้ CO2 Laser ช่วยให้ผิวเรียบขึ้นได้ โดยแผลมักใช้เวลาประมาณ 1–2 สัปดาห์ในการฟื้นตัว

ทำ เลเซอร์ CO2 ปลอดภัยไหม?

         CO2 Laser ได้มีการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาแห่งประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาในการรักษาปัญหาผิวหนังได้อย่างปลอดภัย แต่ทว่าสิ่งสำคัญที่อยากให้ตระหนักคือ เครื่องมือเทคโนโลยีเหล่านี้ ควรอยู่ภายใต้การรักษาจากแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวและร่างกายเรานั่นเอง นอกจากนี้เครื่องเลเซอร์ดังกล่าว ยังสามารถลดระยะเวลาฉายแสงเลเซอร์ให้สั้นลง และสามารถเลือกตำแหน่งที่ต้องการยิงเลเซอร์ให้เฉพาะเจาะจงได้ โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้ผิวข้างเคียงเกิดการเสียหาย แต่มีประสิทธิภาพในการรักษาที่ให้ผลดี และดีกว่า เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยวิธีการอื่นๆ นอกจากนี้ ทำเสร็จแล้วยังสามารถกลับบ้านได้เลย โดยที่ไม่ต้องพักฟื้นอีกด้วยค่ะ

เลเซอร์ CO2 เจ็บไหม?

หนึ่งในคำถามที่หลายคนกังวลมากที่สุดคือ “เลเซอร์ CO2 เจ็บไหม?”

ความจริงคือ ระหว่างทำอาจรู้สึกจี๊ด ๆ หรือร้อนเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่สามารถทนได้ เพราะก่อนทำแพทย์จะทายาชาหรือแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 30–45 นาที

ความรู้สึกระหว่างทำมักเป็นประมาณนี้

  • จุดเล็ก ๆ 1–2 จุด : แทบไม่เจ็บ
  • หลายจุดหรือบริเวณผิวบาง เช่น รอบตา : อาจรู้สึกจี๊ดมากขึ้นเล็กน้อย
  • หลังทำ : อาจมีอาการแสบ ๆ หรือร้อนผิวคล้ายแผลถลอกประมาณ 1–2 วัน

อาการเหล่านี้มักค่อย ๆ ดีขึ้นเอง และสามารถประคบเย็นหรือทายาตามที่แพทย์แนะนำได้

รักษาด้วย เลเซอร์ CO2 มีข้อดีอะไรบ้าง?

– สามารถกำจัด ไฝ ติ่งเนื้อ ขี้แมลงวัน ออกอย่างถาวรได้ โดยที่ไม่ต้องกังวลการกลับมาเกิดใหม่ขยายวงกว้างกว่าเดิม แต่ถ้าเป็นไฝที่มีรากลึก อาจมีโอกาสขึ้นมาใหม่ ซึ่งแพทย์จะทำการจี้ซ้ำในจุดเดิมให้อีกครั้งค่ะ

– เป็นวิธีการรักษาที่รวดเร็ว และแม่นยำ โดยใช้ระยะเวลาประมาณที่ 30 – 45 นาที

– ให้ผลลัพธ์ และมีประสิทธิภาพดีกว่า เมื่อเทียบกับวิธีการอื่นๆ

– มีความปลอดภัยสูง และไม่เสี่ยงต่อการได้รับผลข้างเคียงเหมือนวิธีอื่นๆ

– เลเซอร์แล้วแผลจะเล็ก โอกาสในการเกิดแผลค่อนข้างน้อย

– ไม่ทำให้ผิวรอบข้างเกิดการเสียหาย

– ไม่ต้องพักฟื้น ทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้เลย

ก่อนทำ เลเซอร์ CO2 ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง?

         สำหรับสาวๆ ที่มีความสนใจในการทำ เลเซอร์ CO2 อย่าลืมเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง เพื่อลดโอกาส และลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงต่างๆ ที่ตามมา ซึ่งมีอะไรบ้าง? ไปเช็กกันเลยค่ะ

1. หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง อย่างน้อยประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคือง

2. หยุดการรับประทานยา หรืออาหารเสริมบางชนิด ที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด และงดอาหารเสริมสำหรับสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิว

3. แจ้งให้แพทย์ทราบ หากมีโรคประจำตัว หรือมีประวัติแพ้ยาต่างๆ โดยเฉพาะยาชา

4. งดการทาครีมที่มีส่วนผสมเป็นกรด เช่น AHA หรือ BHA เนื่องจากกรดจะไปทำให้ผิวเกิดการผลัดเซลล์ ซึ่งส่งผลให้ผิวมีความไวต่อแสง และความร้อนนั่นเอง

5. งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่

6. ในกรณีผู้ป่วยที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี จำเป็นต้องมีผู้ปกครองมาด้วยในวันนัด เพื่อลงลายมือชื่ออนุญาต ให้ผู้ป่วยทำเลเซอร์ต่อหน้าพยานได้

หลังทำ เลเซอร์ CO2 ควรดูแลตัวเองอย่างไรดี?

วิธีดูแลแผลหลังเลเซอร์ CO2 กำจัดขี้แมลงวัน ไฝ และติ่งเนื้อ
4 วิธีดูแลแผลหลังเลเซอร์ CO2 เพื่อให้แผลหายไวและลดโอกาสเกิดรอย

         เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงโดยไม่จำเป็น การดูแลตัวเองที่ดีหลังทำจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ยังทำให้ได้ผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพและดีขึ้น แนะนำปฏิบัติตามดังนี้เลยค่ะ

1. งด หรือหลีกเลี่ยงให้ผิวบริเวณที่รักษาโดนน้ำ อย่างน้อยใน 24 ชั่วโมงแรก

2. งดการแกะ เกา หรือถูบริเวณที่ทำ เลเซอร์ CO2 ซึ่งปกติแล้วสะเก็ดจะหลุดออกเองภายใน 7 – 14 วัน หลังจากที่สะเก็ดหลุดออกแล้ว จะเห็นเป็นผิวสีชมพู จากนั้นจะหายเป็นปกติ แต่ในบางรายอาจมีรอยดำหลังการอักเสบได้ค่ะ

3. หลังจากสะเก็ดแผลหลุดออกแล้ว ควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ และควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้เกิดรอยดำขึ้นได้

4. อย่าลืมทาครีมปฏิชีวนะ หรือขี้ผึ้งวาสลีน ตามคำแนะนำของแพทย์ค่ะ

5. หลังทำแพทย์จะปิดปลาสเตอร์กันน้ำไว้ เพื่อให้แผลหายดี และป้องกันไม่ให้แผลโดนน้ำนั่นเอง

6. ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางบริเวณที่ทำเลเซอร์ จนกว่าแผลจะหายเป็นปกติ

7. แพทย์จะให้ยาไปทาต่อที่บ้าน ซึ่งต้องทำแผลวันละ 2 ครั้ง โดยการใช้น้ำเกลือเช็ดแผลให้สะอาด จากนั้นทายาที่แพทย์ให้ไปเพื่อป้องกันการอักเสบ หรือการติดเชื้อ ประมาณ 7 วัน ขอย้ำอีกค่ะว่า ไม่ควรแกะเกาให้สะเก็ดหลุดเร็วเด็ดขาด ควรปล่อยให้แผลตกสะเก็ดและหลุดออกไปเอง จะเป็นผลดีต่อผิวเรานั่นเองค่ะ

หลังทำเลเซอร์ CO2 แผลจะหายภายในกี่วัน?

CO2 Laser รักษาไฝ ขี้แมลงวัน
ผลลัพธ์หลังเลเซอร์ CO2 กำจัดขี้แมลงวัน
ก่อนและหลังจี้ติ่งเนื้อด้วย CO2 Laser

หลังทำเลเซอร์ CO2 ผิวบริเวณที่รักษาจะมีลักษณะเป็นแผลตื้น ๆ และค่อย ๆ ฟื้นตัวตามลำดับ

วันแรก

  • ผิวอาจแดงหรือมีรอยช้ำเล็กน้อย
  • บางคนอาจรู้สึกแสบหรือร้อนผิว
  • หากเป็นจุดเล็ก ๆ จะเห็นเป็นแผลแดงเล็ก ๆ

วันที่ 3–5

  • เริ่มมีสะเก็ดสีน้ำตาลเข้มขึ้น
  • แผลดูแห้งขึ้น
  • ไม่ควรแกะหรือถูสะเก็ดออก

วันที่ 7–14

  • สะเก็ดเริ่มหลุดเอง
  • ผิวใหม่ด้านล่างอาจยังเป็นสีชมพูหรือแดงอ่อน ๆ
  • หากดูแลดี สีผิวจะค่อย ๆ กลับมาใกล้เคียงเดิมภายใน 2–4 สัปดาห์

ในช่วงนี้ควรหลีกเลี่ยงแดด และทาครีมกันแดดทุกวัน เพื่อป้องกันรอยดำหลังทำ

ข้อควรรู้ในการรักษาด้วย CO2 Laser

1. ในกรณีที่เป็นไฝขนาดเล็ก สามารถรับประทานอาหารเสริมได้ตามปกติ แต่หากเป็นกรณีที่ ไฝ หรือ ติ่งเนื้อ ปริมาณเยอะ อาจจะต้องหยุดการทานวิตามิน อาหารเสริมกลุ่มที่อาจส่งผลเสียต่อการรักษาได้ค่ะ

2. สาวๆ ที่กังวลเรื่องจี้ไฝแล้วหน้าเป็นรู กลัวว่าจะทำให้หน้าเป็นหลุม หมดความกังวลใจไปได้เลยค่ะ เนื่องจากการเลเซอร์ไฝ ด้วย เลเซอร์ CO2 จะเป็นการใช้หลักการระเบิดผิวบริเวณนั้น หากไฝลึกจะทำให้เกิดแผลตื้นๆ มีลักษณะเป็นหลุมตื้นๆ ขึ้น 1 – 2 สัปดาห์ และหลังจากนั้นร่างกายจะสร้างผิวใหม่ขึ้นมาปิดแผล ทำให้แผลตื้นขึ้นได้ ยกเว้นในกรณีที่ไฝ หรือต่อมไขมันมีขนาดใหญ่มาก อาจเหลือเป็นหลุมตื้นๆ เล็กน้อย

3. ผิวหรือแผลบริเวณที่ทำเลเซอร์ จะมีความไวต่อแสงแดดเล็กน้อย ดังนั้น เพื่อให้รอยแผลจางไว แนะนำค่ะว่า ให้หลีกเลี่ยงแสงแดดต่อเนื่องอย่างน้อย 7 – 10 วัน

เลเซอร์ CO2 ราคาเท่าไหร่?

ราคาของเลเซอร์ CO2 จะขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด และจำนวนจุดที่ต้องการกำจัด รวมถึงตำแหน่งที่ทำ

โดยทั่วไปมักมีราคาเริ่มต้นประมาณ

  • ขี้แมลงวัน / สิวหินเม็ดเล็ก : เริ่มต้นประมาณ 300–500 บาทต่อจุด
  • ไฝขนาดเล็ก : ประมาณ 500–1,000 บาทต่อจุด
  • ไฝขนาดใหญ่หรือไฝลึก : อาจอยู่ที่ 1,000–3,000 บาทต่อจุด
  • ติ่งเนื้อหลายจุด : มักคิดเป็นแพ็กเกจ เริ่มต้นประมาณ 1,000–3,000 บาท

หากทำบริเวณที่ต้องใช้ความละเอียดมาก เช่น รอบดวงตา หรือมีจำนวนหลายจุด แพทย์อาจประเมินราคาเพิ่มเติมอีกครั้ง

หลายคลินิกอาจมีโปรโมชัน เช่น เหมาหลายจุด หรือจ่ายครั้งเดียวรวมค่ายาและค่าติดตามผล จึงควรสอบถามรายละเอียดก่อนตัดสินใจ

ทำ CO2 Laser ที่ไหนดี?

1. เลือกคลินิกที่ถูกกฎหมาย โดยผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย มีเลขที่ใบอนุญาตในการเปิดบริการ 11 หลัก ติดอยู่บนหน้าร้าน พร้อมชื่อ สาขา

2. คลินิกที่มีแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ด้านการทำ CO2 Laser มาก่อน เพื่อป้องกันการเกิดข้อผิดพลาดที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวหนังของเรานั่นเองค่ะ

3. เลือกคลินิกที่มีบริการปรึกษาแพทย์ฟรี ทั้งก่อน และหลังทำ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดผลข้างเคียงจากปัจจัยต่างๆ ได้

4. คลินิกที่มีการติดตามผลหลังทำของคนไข้เสมอ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เลเซอร์ CO2 คืออะไร

Q: จี้ไฝหรือขี้แมลงวันด้วยเลเซอร์ CO2 แล้วกลับมาเป็นอีกไหม?

A: หากกำจัดออกจนหมด ส่วนใหญ่จะไม่กลับมาเป็นซ้ำที่จุดเดิม แต่ถ้ารากลึกมาก หรือกำจัดออกไม่หมด อาจมีโอกาสกลับขึ้นมาได้อีกเล็กน้อย

Q: หลังทำเลเซอร์ CO2 แต่งหน้าได้ไหม?

A: ควรรอจนกว่าสะเก็ดจะหลุดและแผลปิดสนิทก่อน โดยทั่วไปประมาณ 5–7 วัน หากจำเป็นต้องแต่งหน้า ควรหลีกเลี่ยงบริเวณแผลโดยตรง

Q: หลังทำโดนน้ำได้ไหม?

A: ใน 24 ชั่วโมงแรกควรหลีกเลี่ยงน้ำ หลังจากนั้นสามารถล้างหน้าเบา ๆ ได้ แต่ไม่ควรถูแรงหรือแช่น้ำนาน

Q: เลเซอร์ CO2 ต่างจากการจี้ไฟฟ้ายังไง?

A: เลเซอร์ CO2 มีความแม่นยำสูงกว่า และมักควบคุมความลึกได้ดีกว่า จึงลดโอกาสเกิดรอยหรือแผลเป็นได้มากกว่าการจี้ไฟฟ้าในบางกรณี

Q: คนที่เป็นคีลอยด์หรือเป็นแผลเป็นง่าย ทำได้ไหม?

A: ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพราะคนที่มีประวัติเป็นคีลอยด์อาจมีความเสี่ยงเกิดแผลนูนมากกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณหน้าอก ไหล่ หรือกราม

Q: ทำบริเวณรอบดวงตาปลอดภัยไหม?

A: สามารถทำได้ หากทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ และมีการป้องกันดวงตาระหว่างทำอย่างเหมาะสม

Q: หลังทำต้องทายาอะไร?

A: แพทย์มักให้ยาฆ่าเชื้อหรือครีมช่วยสมานแผล เพื่อให้แผลแห้งเร็ว ลดโอกาสติดเชื้อ และลดรอยหลัง

Q: ถ้าสะเก็ดหลุดเร็วเกินไป จะเป็นรอยไหม?

A: มีโอกาสทำให้ผิวเป็นรอยแดง รอยดำ หรือแผลหายช้าลงได้ จึงไม่ควรแกะสะเก็ดหรือขัดผิวบริเวณนั้นเด็ดขาด

Q: เลเซอร์ CO2 เจ็บไหม?

A: ไม่เจ็บค่ะ เพราะก่อนทำแพทย์จะทายาชาบริเวณที่จะรักษาก่อนทุกครั้ง ระหว่างทำอาจรู้สึกร้อนเล็กน้อย แต่ผ่านไปเร็วมาก ส่วนใหญ่ทนได้สบายค่ะ

Q: หลังทำเลเซอร์ CO2 กี่วันถึงหาย?

A: สะเก็ดแผลจะหลุดออกเองภายใน 7–14 วัน หลังจากนั้นจะเห็นผิวสีชมพูอ่อน และค่อยๆ จางกลับมาเป็นสีผิวปกติภายใน 2–4 สัปดาห์ค่ะ ระหว่างนี้ไม่ควรแกะหรือเกาสะเก็ดออกเองเด็ดขาด

Q: ทำเลเซอร์ CO2 แล้วรอยจะดำไหม?

A: มีโอกาสเกิดรอยดำหลังการอักเสบได้ในบางราย โดยเฉพาะคนผิวคล้ำ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือทาครีมกันแดด SPF 50+ ทุกวัน และหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังทำค่ะ

Q: ทำเลเซอร์ CO2 แล้วออกแดดได้ไหม?

A: ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรงอย่างน้อย 7–14 วันหลังทำค่ะ และเมื่อสะเก็ดหลุดแล้วต้องทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันรอยดำที่อาจเกิดขึ้นหลังการรักษา

บทความและบริการที่เกี่ยวข้องจาก La Grace Clinic

บริการที่เกี่ยวข้อง:

บทความที่น่าสนใจ:

สนใจทำเลเซอร์ CO2 กำจัดขี้แมลงวัน ติ่งเนื้อ หรือไฝ? ปรึกษาแพทย์ La Grace Clinic ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

Similar Posts