ดูดไขมัน ด้วย Body Fix นวัตกรรม RFAL กระชับผิวในขั้นตอนเดียว

body fix

🔍 ดูดไขมัน ด้วยโปรแกรม Body Fix คือนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยี RFAL™ (Radio-Frequency Assisted Liposuction) ส่งพลังงานคลื่นวิทยุ RF ผ่านท่อขนาดเล็กเข้าสู่ชั้นไขมัน ทำให้ไขมันละลายและถูกดูดออก พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกระชับผิวในขั้นตอนเดียว ช่วยลดเซลลูไลท์และลดโอกาสผิวหย่อนคล้อยหลังดูดไขมัน ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

การดูดไขมันแบบดั้งเดิมเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมานาน แต่หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยคือผิวหนังบริเวณที่ดูดไขมันออกอาจเหี่ยวแฟบ ไม่กระชับ หรือเป็นคลื่นหลังทำ โปรแกรม Body Fix จาก La Grace Clinic จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการดูดไขมันพร้อมกระชับผิวในขั้นตอนเดียว สำหรับผู้ที่ต้องการเปรียบเทียบวิธีดูดไขมันแต่ละแบบ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ VASER กำจัดไขมัน

สารบัญ

ปัญหาของการดูดไขมันแบบดั้งเดิม

การดูดไขมันแบบดั้งเดิมสามารถนำไขมันออกจากร่างกายได้ แต่มักพบปัญหาตามมา คือเมื่อดูดไขมันออกไปแล้ว ผิวหนังบริเวณนั้นอาจเหี่ยวแฟบลง เนื่องจากชั้นไขมันที่เคยพยุงผิวอยู่ถูกนำออกไป ทำให้ผิวเป็นคลื่น ไม่เรียบเนียน หรือที่เรียกว่าผิวส้ม (เซลลูไลท์) ยังคงอยู่แม้จะดูดไขมันออกไปแล้ว

นอกจากนี้ ผู้ที่ต้องการผิวกระชับหลังการดูดไขมันอาจต้องทำทรีตเมนต์ยกกระชับเพิ่มเติมในภายหลัง ซึ่งเพิ่มทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย

Body Fix คืออะไร

Body Fix คือนวัตกรรมดูดไขมันที่ใช้เทคโนโลยี RFAL™ (Radio-Frequency Assisted Liposuction) ซึ่งผสานการดูดไขมันเข้ากับพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) Bipolar เพื่อทำให้ไขมันละลายและถูกดูดออกได้ง่ายขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกระชับผิวในขั้นตอนเดียวกัน โดยไม่ต้องทำทรีตเมนต์เสริมในภายหลัง

Body Fix ทำงานอย่างไร

Body Fix ส่งพลังงาน RF Bipolar ผ่านท่อขนาดเล็กที่สอดเข้าไปใต้ผิวหนัง พร้อมกับ electrode ภายนอกที่วางบนผิว พลังงานจะถูกส่งระหว่างสองจุด ทำให้เนื้อเยื่อในบริเวณนั้นร้อนขึ้นอย่างควบคุมได้ โดยอุณหภูมิจะไม่เกิน 45°C และสามารถปรับตั้งค่าได้ระหว่าง 35°C–45°C

นอกจากนี้ด้ามจับยังมี Temperature Sensor วัดอุณหภูมิผิวแบบ Real-time ตลอดเวลา เพื่อช่วยควบคุมความร้อนไม่ให้มากเกินไป

เมื่อเซลล์ไขมันถูกความร้อนละลายกลายเป็นของเหลว จะถูกดูดออกผ่านท่อขนาดเล็กได้อย่างง่ายดาย หากมีไขมันเหลือเล็กน้อยก็จะถูกกำจัดออกตามกระบวนการธรรมชาติของร่างกาย ขณะเดียวกัน ความร้อนจาก RF ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและการหดตัวของเนื้อเยื่อใต้ผิว ทำให้ผิวบริเวณที่ดูดไขมันเรียบเนียนและกระชับขึ้นพร้อมกัน

ความร้อนจาก RF ยังช่วยทำลายพังผืดที่ก่อให้เกิดเซลลูไลท์ ทำให้ปัญหาผิวส้มดีขึ้นด้วย

เหมาะกับใคร

Body Fix เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหา

  • หน้าท้องหย่อนคล้อย
  • ต้นแขนห้อยย้วย
  • รอยย่นเหนือหัวเข่า
  • ไขมันบริเวณสะบักหลัง (Bra Line)
  • ต้นขาและสะโพกหย่อนคล้อย

โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการดูดไขมันพร้อมกระชับผิวในคราวเดียว โดยไม่ต้องทำทรีตเมนต์เพิ่มเติม ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคล

บริเวณที่ดูดไขมันด้วย Body Fix ได้บ้าง

Body Fix สามารถจัดการปัญหาไขมันได้ทุกส่วนของร่างกาย โดยเหมาะเป็นพิเศษกับบริเวณที่เมื่อดูดไขมันออกแล้วมักเกิดอาการห้อยย้อยของผิว ได้แก่

  • หน้าท้องและเอว
  • ใต้ต้นแขน
  • คางและใต้คาง
  • ขาด้านใน
  • ต้นขาและสะโพก
  • บริเวณสะบักหลัง (Bra Line)

ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้

หลังทำโปรแกรม Body Fix อาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นได้ในระยะแรกหลังทำ และผลลัพธ์จะพัฒนาขึ้นต่อเนื่องในช่วง 1–3 เดือน เนื่องจากกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ใช้เวลา รูปร่างจะกระชับขึ้น สัดส่วนชัดเจนขึ้น ผิวเรียบเนียน ไม่เป็นผิวส้ม

เซลล์ไขมันที่ถูกดูดออกไปจะไม่กลับมาในบริเวณเดิม อย่างไรก็ตาม หากน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากภายหลัง ไขมันอาจสะสมในบริเวณอื่นของร่างกายได้ การควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอหลังทำจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

การดูแลหลังทำโปรแกรม Body Fix

  • ควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาผลลัพธ์
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดหลังทำ

เปรียบเทียบ Body Fix กับการดูดไขมันแบบดั้งเดิม

ประเด็นBody Fix (RFAL)การดูดไขมันแบบดั้งเดิม
กลไกRF + ดูดไขมันแรงดูดอย่างเดียว
กระตุ้นคอลลาเจน
ลดเซลลูไลท์ไม่โดยตรง
ผิวกระชับหลังทำ✅ ในขั้นตอนเดียวอาจต้องทำทรีตเมนต์เสริม
ความเสียหายต่อเนื้อเยื่อข้างเคียงน้อยกว่ามากกว่า

สำหรับผู้ที่ต้องการดูดไขมันด้วยเทคโนโลยีอัลตราซาวด์แทน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ VASER กำจัดไขมัน และหากกังวลเรื่องเซลลูไลท์ร่วมด้วย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ เซลลูไลท์ Vela Shape

FAQ — คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูดไขมันด้วย Body Fix

Q: Body Fix ต่างจากการดูดไขมันแบบเดิมอย่างไร?

A: Body Fix ใช้เทคโนโลยี RFAL™ ซึ่งผสานพลังงาน RF เข้ากับการดูดไขมัน ทำให้นอกจากจะดูดไขมันออกแล้ว ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกระชับผิวในขั้นตอนเดียว โดยไม่ต้องทำทรีตเมนต์ยกกระชับเพิ่มเติม

Q: Body Fix เจ็บไหม?

A: เนื่องจากใช้ท่อขนาดเล็กมาก แผลจึงมีขนาดเล็กและอาจรู้สึกไม่สบายน้อยกว่าการดูดไขมันแบบดั้งเดิม โดยทั่วไปทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่

Q: Body Fix ใช้เวลานานแค่ไหน?

A: ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับบริเวณและปริมาณไขมันที่ทำ

Q: เห็นการเปลี่ยนแปลงได้เมื่อไหร่?

A: อาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นได้ในระยะแรกหลังทำ และผลลัพธ์จะพัฒนาขึ้นต่อเนื่องในช่วง 1–3 เดือน เนื่องจากคอลลาเจนใหม่ใช้เวลาในการสร้าง ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

Q: Body Fix ช่วยลดเซลลูไลท์ได้ด้วยไหม?

A: ใช่ ความร้อนจาก RF ช่วยทำลายพังผืดที่ก่อให้เกิดเซลลูไลท์ ทำให้ผิวส้มดีขึ้นระหว่างการดูดไขมัน

Q: หลังทำ Body Fix ต้องพักฟื้นไหม?

A: Body Fix เป็น minimally invasive procedure ที่ใช้ท่อขนาดเล็กมาก จึงใช้เวลาพักฟื้นน้อยกว่าการดูดไขมันแบบดั้งเดิม แพทย์จะแนะนำการดูแลตัวเองหลังทำเป็นรายบุคคล

Q: Body Fix เหมาะกับใคร?

A: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูดไขมันพร้อมกระชับผิวในขั้นตอนเดียว โดยเฉพาะบริเวณที่มักเกิดผิวหย่อนคล้อยหลังดูดไขมัน เช่น หน้าท้อง ต้นแขน คาง และต้นขา แพทย์จะประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

Q: Body Fix ต่างจาก VASER อย่างไร?

A: Body Fix ใช้ RF ละลายไขมันและกระชับผิวพร้อมกัน เน้นผู้ที่ต้องการผลกระชับควบคู่กับการดูดไขมัน ส่วน VASER ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์สลายไขมันก่อนดูด เน้นความแม่นยำและ Sculpt Body ทั้งสองเหมาะกับเป้าหมายที่แตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสม

หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูดไขมันหรือกระชับสัดส่วน สามารถปรึกษาแพทย์ที่ La Grace Clinic ได้ที่ 8 สาขาทั่วกรุงเทพฯ หรือดูข้อมูลเรื่องการลดน้ำหนักจาก La Grace Clinic

📞 087 494 – 4000 , 087 494 – 9000

Line: @lagraceclinic