ชั้น SMAS คืออะไร สำคัญต่อการยกกระชับหน้าอย่างไร

ชั้น SMAS คืออะไร
แชร์บทความ

ชั้น SMAS คืออะไร เกี่ยวข้องกับการยกกระชับหน้าอย่างไร

บทนำ

เมื่อพูดถึงการยกกระชับใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดดึงหน้า หรือเทคโนโลยีอย่าง Ulthera และคลื่นพลังงานอื่น ๆ มักจะมีคำว่า “SMAS” เป็นคำที่ถูกกล่าวถึงอยู่เสมอ หลายคนจึงสงสัยว่า แท้จริงแล้ว ชั้น SMAS คืออะไร และเหตุใด จึงถูกมองว่าเป็นโครงสร้างสำคัญของความหย่อนคล้อย บทความนี้ จะอธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ แต่ลงลึกในระดับโครงสร้าง เพื่อให้เข้าใจว่า ชั้น SMAS คืออะไร อยู่ตรงไหนของใบหน้า มีบทบาทอย่างไรต่อความกระชับ และแตกต่างจากผิวชั้นอื่นอย่างไร รวมถึงความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการยกชั้นลึกทั้งแบบผ่าตัด และไม่ผ่าตัด

โครงสร้างผิวใบหน้า เรียงลำดับอย่างไร

ก่อนจะเข้าใจว่า ชั้น SMAS คืออะไร เราควรเห็นภาพโครงสร้างใบหน้าแบบเรียงลำดับเป็นชั้น ๆ ดังนี้

  1. Epidermis (ผิวชั้นบน) – ชั้นที่เรามองเห็นโดยตรง
  2. Dermis (หนังแท้) – ชั้นที่มีคอลลาเจน และอีลาสติน
  3. ชั้นไขมันใต้ผิว (Subcutaneous fat)
  4. ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System)
  5. กล้ามเนื้อ และโครงสร้างลึก
Facial skin layers showing SMAS layer

ชั้นต่าง ๆ เหล่านี้ทำงานร่วมกันเหมือนโครงสร้างอาคาร หากชั้นลึกคลายตัว ชั้นบนก็จะเคลื่อนต่ำลงตามแรงโน้มถ่วง

ชั้น SMAS อยู่ตรงไหนของใบหน้า

ชั้น SMAS คือโครงสร้างพังผืดที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อใบหน้า ทำหน้าที่เสมือน “โครงร่างพยุง” ของเนื้อเยื่อด้านบน ไม่ได้เป็นเพียงผิวหนัง แต่เป็นโครงสร้างที่มีความสำคัญต่อรูปทรงโดยรวม

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ชั้น SMAS จะค่อย ๆ สูญเสียความตึง และเกิดการคลายตัว ส่งผลให้เนื้อเยื่อด้านบน เช่น ไขมันและผิวหนัง ที่เคลื่อนต่ำลง ทำให้เกิดร่องแก้ม กรอบหน้าไม่ชัด และแนวกรามหย่อน

สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจว่าเทคโนโลยีใดสามารถทำงานในระดับใกล้ชั้น SMAS ได้ สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Ulthera 4.5 mm คืออะไร ได้ในบทความนี้

👉 Ulthera 4.5 mm คืออะไร

บทบาทของชั้น SMAS ต่อความหย่อนคล้อย

SMAS layer sagging mechanism diagram

ความหย่อนคล้อยของใบหน้า ไม่ได้เกิดจากการเสื่อมของผิวชั้นบนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายปัจจัย โดยเฉพาะการคลายตัวของชั้น SMAS

เมื่อโครงสร้างชั้นนี้เปลี่ยนแปลง จะเกิดผลดังนี้:

  • โครงหน้าดูไม่คมชัด
  • แก้มล่างเคลื่อนต่ำ
  • เกิดลักษณะหน้าเหนื่อยหรือดูอ่อนล้า

ดังนั้น การเข้าใจเกี่ยวกับชั้น SMAS จึงมีความสำคัญต่อการวางแผนการรักษาอย่างถูกต้อง

เปรียบเทียบ: SMAS กับผิวชั้นอื่น

ชั้นผิวหน้าที่หลักเกี่ยวข้องกับความหย่อนคล้อยอย่างไร
Epidermisปกป้องผิวเกี่ยวข้องกับความหมองคล้ำ
Dermisมีคอลลาเจนเกี่ยวข้องกับริ้วรอย และความแน่น
ไขมันใต้ผิวเติมปริมาตรเคลื่อนตัวเมื่ออายุเพิ่ม
SMASพยุงโครงสร้างคลายตัวแล้วทำให้ใบหน้าหย่อน

ชั้น SMAS กับการผ่าตัดดึงหน้า

ในการผ่าตัดดึงหน้า ศัลยแพทย์จะจัดการกับชั้น SMAS โดยตรง เช่น การยก และเย็บยึดใหม่ เพื่อปรับตำแหน่งโครงสร้างให้ยกขึ้น วิธีนี้ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน และยาวนานกว่า แต่ต้องพักฟื้น และมีความเสี่ยงของการผ่าตัด

ชั้น SMAS กับเทคโนโลยี ยกกระชับไม่ผ่าตัด

เทคโนโลยีบางชนิด สามารถส่งพลังงานลงลึกใกล้ระดับ SMAS เพื่อกระตุ้นการหดตัว และการสร้างคอลลาเจน อย่างไรก็ตาม การลงลึกถึงระดับเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าให้ผลลัพธ์เทียบเท่าการผ่าตัด เพราะไม่สามารถจัดตำแหน่งโครงสร้างใหม่ได้

ในบางกรณี การเลือกใช้หัวระดับต่างกัน เช่น 3.0 mm หรือ 4.5 mm จะขึ้นอยู่กับระดับความลึกที่ต้องการกระตุ้น สามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ หัว Ulthera แต่ละหัวทำหน้าที่อะไร เพื่อเข้าใจความแตกต่างได้ชัดเจนขึ้น

👉 หัว Ulthera แต่ละหัวทำหน้าที่อะไร

กลไกจุดความร้อน การหดตัว และการสร้างคอลลาเจน

เมื่อพลังงานความร้อนขนาดเล็ก ถูกสร้างขึ้นในระดับชั้นลึก จะเกิดกระบวนการ 2 ระยะ:

ระยะสั้น: เนื้อเยื่อเกิดการหดตัวเล็กน้อย

ระยะยาว: ร่างกายกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้เกิดความแน่นขึ้นในช่วง 2–3 เดือน

กระบวนการนี้เป็นกลไกฟื้นฟูตามธรรมชาติ ไม่ใช่การดึงยกทันที

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับชั้น SMAS

1. ลงลึกเท่ากับผ่าตัด – ไม่ถูกต้อง เพราะกลไกต่างกัน

2. ทุกคนต้องยกชั้น SMAS – ไม่จำเป็น ขึ้นอยู่กับระดับปัญหาของแต่ละคน

3. ยิ่งลึกยิ่งดี – ระดับความลึก ควรเลือกให้เหมาะสมกับโครงสร้างผิว

เปรียบเทียบ: SMAS vs การผ่าตัด vs เทคโนโลยีไม่ผ่าตัด

ประเด็นชั้น SMAS (โครงสร้างตามธรรมชาติ)การผ่าตัดดึงหน้าเทคโนโลยีไม่ผ่าตัดที่ลงลึก
ลักษณะการทำงานโครงสร้างพยุงใบหน้ายก และจัดตำแหน่งโครงสร้างใหม่กระตุ้นให้โครงสร้างหดตัว และสร้าง คอลลาเจน
การเปลี่ยนตำแหน่งเนื้อเยื่อไม่เปลี่ยน (เป็นโครงสร้างเดิม)เปลี่ยนตำแหน่งจริงไม่เปลี่ยนตำแหน่งโดยตรง
ระยะเห็นผลเสื่อมตามวัยเห็นผลทันทีหลังพักฟื้นค่อย ๆ ชัดใน 2–3 เดือน
ระยะเวลาคงอยู่เปลี่ยนตามอายุหลายปีประมาณ 9–12 เดือน
การพักฟื้นไม่มีต้องพักฟื้นแทบไม่ต้องพักฟื้น

ตารางนี้ช่วยให้เข้าใจชัดว่า การลงลึกถึงชั้น SMAS ไม่ได้หมายความว่า กลไกจะเหมือนการผ่าตัด แต่เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายฟื้นฟูตามธรรมชาติ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับชั้น SMAS

Q: ชั้น SMAS ต่างจากหนังแท้อย่างไร?

A: หนังแท้ (Dermis) เป็นชั้นที่มีคอลลาเจน และเกี่ยวข้องกับความเรียบเนียนของผิว ส่วนชั้น SMAS เป็นโครงสร้างลึกที่มีบทบาทต่อรูปทรง และการพยุงใบหน้า

Q: ทำไมการรักษาหลายแบบจึงพูดถึง SMAS?

A: เพราะชั้นนี้มีผลโดยตรงต่อความหย่อนคล้อย หากต้องการยกโครงสร้าง จำเป็นต้องคำนึงถึงระดับนี้

Q: ถ้าอายุยังน้อย จำเป็นต้องดูแลชั้น SMAS หรือไม่?

A: ในวัยที่ยังไม่มีความหย่อนคล้อยเชิงโครงสร้าง อาจยังไม่จำเป็นต้องเน้นชั้นลึก การดูแลผิวระดับหนังแท้อาจเพียงพอ

Q: การกระตุ้นชั้น SMAS อันตรายหรือไม่?

A: เมื่อทำภายใต้การประเมิน และควบคุมโดยแพทย์ การกระตุ้นชั้นลึกจะอยู่ในระดับที่ปลอดภัย และควบคุมพลังงานได้

Q: สามารถดูแลหลายชั้นพร้อมกันได้หรือไม่?

A: ในทางปฏิบัติ การรักษาที่สมดุลมักพิจารณาหลายระดับ ทั้งผิวชั้นบน หนังแท้ และโครงสร้างลึก เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ

บทสรุป

ชั้น SMAS คือโครงสร้างสำคัญ ที่มีบทบาทต่อความกระชับ และรูปทรงของใบหน้า การเข้าใจว่า ชั้น SMAS คืออะไร จะช่วยให้เลือกแนวทางการรักษาได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด หรือเทคโนโลยียกกระชับแบบไม่ผ่าตัด ทั้งนี้ การประเมินโดยแพทย์ ยังคงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อวางแผนที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

ปรึกษาแพทย์ 👇

Similar Posts