เลเซอร์ CO2 คืออะไร? ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง เหมาะกับใคร

เลเซอร์ CO2
แชร์บทความ

🔍 Quick Answer: เลเซอร์ CO2 คืออะไร? เลเซอร์ CO2 หรือ Carbon Dioxide Laser คือเลเซอร์ที่ใช้พลังงานแสงอินฟราเรดความเข้มสูง สามารถตัด เผา หรือทำลายเนื้อเยื่อที่ไม่ต้องการได้อย่างแม่นยำ แบ่งเป็น 2 โหมดหลัก ได้แก่ โหมดจี้เฉพาะจุด (สำหรับไฝ ติ่งเนื้อ ขี้แมลงวัน) และโหมด Fractional (สำหรับหลุมสิว รอยแผลเป็น ริ้วรอย) ได้รับการรับรองจาก อย. ไทยและสหรัฐอเมริกา ปลอดภัย ไม่ต้องพักฟื้น

Table of Contents

เลเซอร์ CO2 คืออะไร? ครบทุกเรื่องก่อนตัดสินใจทำ

หลายคนเคยได้ยินชื่อ “เลเซอร์ CO2” แต่อาจยังสงสัยว่าจริงๆ แล้วมันคืออะไร ทำได้แค่จี้ไฝอย่างเดียวหรือเปล่า หรือจริงๆ แล้วมันทำได้มากกว่านั้น? บทความนี้รวบรวมทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับเลเซอร์ CO2 ตั้งแต่หลักการทำงาน ประเภท ปัญหาที่แก้ได้ ราคา ไปจนถึงการดูแลหลังทำ เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจค่ะ

แพทย์กำลังใช้เครื่อง CO2 Laser เพื่อกำจัดไฝ และขี้แมลงวัน
แพทย์ประเมินและยิงเลเซอร์ CO2 เฉพาะจุดอย่างแม่นยำ

เลเซอร์ CO2 หรือ Carbon Dioxide Laser คือเครื่องเลเซอร์ที่ใช้พลังงานแสงอินฟราเรดความยาวคลื่น 10,600 นาโนเมตร พลังงานสูงนี้สามารถตัดและทำลายเนื้อเยื่อที่ไม่ต้องการได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ทำลายผิวรอบข้าง ไม่มีเลือดออก และแทบไม่มีแผลเป็น

สิ่งที่ทำให้เลเซอร์ CO2 พิเศษกว่าเลเซอร์ทั่วไปคือความยืดหยุ่นในการใช้งานค่ะ เพราะแพทย์สามารถปรับโหมดการทำงานได้ตามปัญหาที่ต้องการแก้ไข

เลเซอร์ CO2 มีกี่ประเภท? แตกต่างกันอย่างไร?

CO2 Laser เทคโนโลยีฟื้นฟูผิว หลุมสิว รูขุมขน และกำจัดติ่งเนื้อ
CO2 Laser สามารถใช้ได้ทั้งการกำจัดติ่งเนื้อ ขี้แมลงวัน และการฟื้นฟูผิวแบบ Skin Resurfacing เพื่อช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น

เลเซอร์ CO2 แบ่งการทำงานออกเป็น 2 โหมดหลักค่ะ

โหมดที่ 1 — จี้เฉพาะจุด (Ablative Mode)

ใช้พลังงานสูงยิงลงจุดเดียว เพื่อตัดหรือทำลายเนื้อเยื่อที่ไม่ต้องการออกอย่างสิ้นเชิง เหมาะกับ ไฝ ติ่งเนื้อ ขี้แมลงวัน สิวข้าวสาร สิวหิน และเนื้องอกผิวหนังขนาดเล็ก เห็นผลทันทีในครั้งเดียว

โหมดที่ 2 — Fractional CO2

ยิงพลังงานเป็นจุดเล็กๆ หลายพันจุดต่อตารางเซนติเมตร กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และฟื้นฟูผิวในวงกว้าง เหมาะกับหลุมสิว รอยแผลเป็น ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง และรอยแตกลาย ต้องทำหลายครั้งจึงเห็นผลชัดเจน

เลเซอร์ CO2 ทำได้กี่อย่าง? แก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?

นี่คือสิ่งที่หลายคนสงสัยมากที่สุดค่ะ เพราะ CO2 Laser ไม่ได้ทำได้แค่จี้ไฝอย่างเดียว

1. จี้ไฝ กำจัดติ่งเนื้อ ขี้แมลงวัน

ปัญหายอดฮิตที่คนมาทำมากที่สุด เลเซอร์จะยิงพลังงานลงตรงๆ ที่ไฝหรือติ่งเนื้อ เพื่อตัดออกอย่างแม่นยำ ไม่กระทบผิวรอบข้าง แผลเล็ก หายเร็ว และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นถ้าดูแลถูกวิธี

2. รักษาหลุมสิว ผิวไม่เรียบ (Fractional CO2)

Fractional CO2 เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่มีหลุมสิว เพราะพลังงานจะลงไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ ผิวค่อยๆ ยกระดับขึ้น หลุมตื้นลง เห็นผลดีขึ้นทุกครั้งที่ทำ

3. ลดริ้วรอย รูขุมขนกว้าง

CO2 Fractional ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวหน้าแน่นขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง ริ้วรอยตื้นๆ จางลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

4. รอยแผลเป็น รอยแตกลาย

ไม่ว่าจะเป็นรอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุ หรือรอยแตกลายจากการตั้งครรภ์หรือน้ำหนักเปลี่ยน Fractional CO2 ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้กลับมาเรียบเนียนขึ้นได้ค่ะ

5. สิวข้าวสาร สิวหิน เนื้องอกเล็กๆ บนผิว

ปัญหาเหล่านี้ใช้โหมดจี้เฉพาะจุด กำจัดออกได้อย่างสะอาด รวดเร็ว และแม่นยำในครั้งเดียว

เลเซอร์ CO2 เหมาะกับใคร? และใครที่ไม่ควรทำ?

เหมาะกับ

  • ผู้ที่มีไฝ ติ่งเนื้อ ขี้แมลงวัน และต้องการกำจัดออกอย่างถาวร
  • ผู้ที่มีหลุมสิว ผิวไม่เรียบ และต้องการฟื้นฟูผิวหน้า
  • ผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง ริ้วรอยตื้นๆ และต้องการผิวกระชับขึ้น
  • ผู้ที่มีรอยแผลเป็นหรือรอยแตกลายที่ต้องการรักษา

ควรปรึกษาแพทย์ก่อน หากมีประวัติ

  • ผิวแพ้ง่าย หรือมีโรคผิวหนังเรื้อรัง
  • เคยเป็นคีลอยด์หรือแผลเป็นนูน
  • กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร
  • รับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด

เลเซอร์ CO2 ราคาเท่าไหร่?

ราคาของเลเซอร์ CO2 จะแตกต่างกันตามโหมดและจำนวนจุดที่ทำค่ะ

  • จี้ไฝ / ติ่งเนื้อ / ขี้แมลงวัน — คิดราคาต่อจุด ขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนจุด
  • Fractional CO2 หลุมสิว / ผิวหน้า — คิดราคาต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับพื้นที่และความหนาแน่นของพลังงาน

สอบถามราคาที่แน่นอนและเหมาะกับปัญหาของตัวเองได้โดยตรงกับแพทย์ที่ La Grace Clinic ค่ะ เพราะแพทย์จะประเมินและวางแผนให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

ทำ เลเซอร์ CO2 ปลอดภัยไหม?

         CO2 Laser ได้มีการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาแห่งประเทศไทยและสหรัฐอเมริกาในการรักษาปัญหาผิวหนังได้อย่างปลอดภัย แต่ทว่าสิ่งสำคัญที่อยากให้ตระหนักคือ เครื่องมือเทคโนโลยีเหล่านี้ ควรอยู่ภายใต้การรักษาจากแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวและร่างกายเรานั่นเอง นอกจากนี้เครื่องเลเซอร์ดังกล่าว ยังสามารถลดระยะเวลาฉายแสงเลเซอร์ให้สั้นลง และสามารถเลือกตำแหน่งที่ต้องการยิงเลเซอร์ให้เฉพาะเจาะจงได้ โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้ผิวข้างเคียงเกิดการเสียหาย แต่มีประสิทธิภาพในการรักษาที่ให้ผลดี และดีกว่า เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยวิธีการอื่นๆ นอกจากนี้ ทำเสร็จแล้วยังสามารถกลับบ้านได้เลย โดยที่ไม่ต้องพักฟื้นอีกด้วยค่ะ

เลเซอร์ CO2 เจ็บไหม?

หนึ่งในคำถามที่หลายคนกังวลมากที่สุดคือ “เลเซอร์ CO2 เจ็บไหม?”

ความจริงคือ ระหว่างทำอาจรู้สึกจี๊ด ๆ หรือร้อนเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่สามารถทนได้ เพราะก่อนทำแพทย์จะทายาชาหรือแปะยาชาทิ้งไว้ประมาณ 30–45 นาที

ความรู้สึกระหว่างทำมักเป็นประมาณนี้

  • จุดเล็ก ๆ 1–2 จุด : แทบไม่เจ็บ
  • หลายจุดหรือบริเวณผิวบาง เช่น รอบตา : อาจรู้สึกจี๊ดมากขึ้นเล็กน้อย
  • หลังทำ : อาจมีอาการแสบ ๆ หรือร้อนผิวคล้ายแผลถลอกประมาณ 1–2 วัน

อาการเหล่านี้มักค่อย ๆ ดีขึ้นเอง และสามารถประคบเย็นหรือทายาตามที่แพทย์แนะนำได้

รักษาด้วย เลเซอร์ CO2 มีข้อดีอะไรบ้าง?

– สามารถกำจัด ไฝ ติ่งเนื้อ ขี้แมลงวัน ออกอย่างถาวรได้ โดยที่ไม่ต้องกังวลการกลับมาเกิดใหม่ขยายวงกว้างกว่าเดิม แต่ถ้าเป็นไฝที่มีรากลึก อาจมีโอกาสขึ้นมาใหม่ ซึ่งแพทย์จะทำการจี้ซ้ำในจุดเดิมให้อีกครั้งค่ะ

– เป็นวิธีการรักษาที่รวดเร็ว และแม่นยำ โดยใช้ระยะเวลาประมาณที่ 30 – 45 นาที

– ให้ผลลัพธ์ และมีประสิทธิภาพดีกว่า เมื่อเทียบกับวิธีการอื่นๆ

– มีความปลอดภัยสูง และไม่เสี่ยงต่อการได้รับผลข้างเคียงเหมือนวิธีอื่นๆ

– เลเซอร์แล้วแผลจะเล็ก โอกาสในการเกิดแผลค่อนข้างน้อย

– ไม่ทำให้ผิวรอบข้างเกิดการเสียหาย

– ไม่ต้องพักฟื้น ทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้เลย

เลเซอร์ CO2 กับเลเซอร์ประเภทอื่น ต่างกันอย่างไร?

CO2 LaserWhitening Laserเลเซอร์ขน
จุดประสงค์หลักกำจัดเนื้อเยื่อ / ฟื้นฟูผิวลดฝ้า กระ จุดด่างดำกำจัดขนถาวร
โหมดการทำงานAblative / FractionalQ-SwitchNd:YAG / Diode
เวลาพักฟื้น3–7 วัน (ขึ้นกับโหมด)แทบไม่มีแทบไม่มี
เหมาะกับไฝ ติ่งเนื้อ หลุมสิวฝ้า กระ ผิวหมองขนส่วนเกิน

ก่อนทำ เลเซอร์ CO2 ต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง?

         สำหรับสาวๆ ที่มีความสนใจในการทำ เลเซอร์ CO2 อย่าลืมเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง เพื่อลดโอกาส และลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงต่างๆ ที่ตามมา ซึ่งมีอะไรบ้าง? ไปเช็กกันเลยค่ะ

1. หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง อย่างน้อยประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเกิดการระคายเคือง

2. หยุดการรับประทานยา หรืออาหารเสริมบางชนิด ที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด และงดอาหารเสริมสำหรับสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิว

3. แจ้งให้แพทย์ทราบ หากมีโรคประจำตัว หรือมีประวัติแพ้ยาต่างๆ โดยเฉพาะยาชา

4. งดการทาครีมที่มีส่วนผสมเป็นกรด เช่น AHA หรือ BHA เนื่องจากกรดจะไปทำให้ผิวเกิดการผลัดเซลล์ ซึ่งส่งผลให้ผิวมีความไวต่อแสง และความร้อนนั่นเอง

5. งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่

6. ในกรณีผู้ป่วยที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี จำเป็นต้องมีผู้ปกครองมาด้วยในวันนัด เพื่อลงลายมือชื่ออนุญาต ให้ผู้ป่วยทำเลเซอร์ต่อหน้าพยานได้

หลังทำ เลเซอร์ CO2 ควรดูแลตัวเองอย่างไรดี?

วิธีดูแลผิวหลังทำ CO2 Laser ลดรอยดำและช่วยฟื้นฟูผิว
หลังทำ Fractional CO2 Laser ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด ทาครีมตามแพทย์แนะนำ และดูแลความชุ่มชื้นของผิวอย่างสม่ำเสมอ

         เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลข้างเคียงโดยไม่จำเป็น การดูแลตัวเองที่ดีหลังทำจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ยังทำให้ได้ผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพและดีขึ้น แนะนำปฏิบัติตามดังนี้เลยค่ะ

1. งด หรือหลีกเลี่ยงให้ผิวบริเวณที่รักษาโดนน้ำ อย่างน้อยใน 24 ชั่วโมงแรก

2. งดการแกะ เกา หรือถูบริเวณที่ทำ เลเซอร์ CO2 ซึ่งปกติแล้วสะเก็ดจะหลุดออกเองภายใน 7 – 14 วัน หลังจากที่สะเก็ดหลุดออกแล้ว จะเห็นเป็นผิวสีชมพู จากนั้นจะหายเป็นปกติ แต่ในบางรายอาจมีรอยดำหลังการอักเสบได้ค่ะ

3. หลังจากสะเก็ดแผลหลุดออกแล้ว ควรทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ และควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้เกิดรอยดำขึ้นได้

4. อย่าลืมทาครีมปฏิชีวนะ หรือขี้ผึ้งวาสลีน ตามคำแนะนำของแพทย์ค่ะ

5. หลังทำแพทย์จะปิดปลาสเตอร์กันน้ำไว้ เพื่อให้แผลหายดี และป้องกันไม่ให้แผลโดนน้ำนั่นเอง

6. ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางบริเวณที่ทำเลเซอร์ จนกว่าแผลจะหายเป็นปกติ

7. แพทย์จะให้ยาไปทาต่อที่บ้าน ซึ่งต้องทำแผลวันละ 2 ครั้ง โดยการใช้น้ำเกลือเช็ดแผลให้สะอาด จากนั้นทายาที่แพทย์ให้ไปเพื่อป้องกันการอักเสบ หรือการติดเชื้อ ประมาณ 7 วัน ขอย้ำอีกค่ะว่า ไม่ควรแกะเกาให้สะเก็ดหลุดเร็วเด็ดขาด ควรปล่อยให้แผลตกสะเก็ดและหลุดออกไปเอง จะเป็นผลดีต่อผิวเรานั่นเองค่ะ

หลังทำเลเซอร์ CO2 แผลจะหายภายในกี่วัน?

CO2 Laser รักษาไฝ ขี้แมลงวัน
ผลลัพธ์หลังเลเซอร์ CO2 กำจัดขี้แมลงวัน
ก่อนและหลังจี้ติ่งเนื้อด้วย CO2 Laser

หลังทำเลเซอร์ CO2 ผิวบริเวณที่รักษาจะมีลักษณะเป็นแผลตื้น ๆ และค่อย ๆ ฟื้นตัวตามลำดับ

วันแรก

  • ผิวอาจแดงหรือมีรอยช้ำเล็กน้อย
  • บางคนอาจรู้สึกแสบหรือร้อนผิว
  • หากเป็นจุดเล็ก ๆ จะเห็นเป็นแผลแดงเล็ก ๆ

วันที่ 3–5

  • เริ่มมีสะเก็ดสีน้ำตาลเข้มขึ้น
  • แผลดูแห้งขึ้น
  • ไม่ควรแกะหรือถูสะเก็ดออก

วันที่ 7–14

  • สะเก็ดเริ่มหลุดเอง
  • ผิวใหม่ด้านล่างอาจยังเป็นสีชมพูหรือแดงอ่อน ๆ
  • หากดูแลดี สีผิวจะค่อย ๆ กลับมาใกล้เคียงเดิมภายใน 2–4 สัปดาห์

ในช่วงนี้ควรหลีกเลี่ยงแดด และทาครีมกันแดดทุกวัน เพื่อป้องกันรอยดำหลังทำ

ข้อควรรู้ในการรักษาด้วย CO2 Laser

1. ในกรณีที่เป็นไฝขนาดเล็ก สามารถรับประทานอาหารเสริมได้ตามปกติ แต่หากเป็นกรณีที่ ไฝ หรือ ติ่งเนื้อ ปริมาณเยอะ อาจจะต้องหยุดการทานวิตามิน อาหารเสริมกลุ่มที่อาจส่งผลเสียต่อการรักษาได้ค่ะ

2. สาวๆ ที่กังวลเรื่องจี้ไฝแล้วหน้าเป็นรู กลัวว่าจะทำให้หน้าเป็นหลุม หมดความกังวลใจไปได้เลยค่ะ เนื่องจากการเลเซอร์ไฝ ด้วย เลเซอร์ CO2 จะเป็นการใช้หลักการระเบิดผิวบริเวณนั้น หากไฝลึกจะทำให้เกิดแผลตื้นๆ มีลักษณะเป็นหลุมตื้นๆ ขึ้น 1 – 2 สัปดาห์ และหลังจากนั้นร่างกายจะสร้างผิวใหม่ขึ้นมาปิดแผล ทำให้แผลตื้นขึ้นได้ ยกเว้นในกรณีที่ไฝ หรือต่อมไขมันมีขนาดใหญ่มาก อาจเหลือเป็นหลุมตื้นๆ เล็กน้อย

3. ผิวหรือแผลบริเวณที่ทำเลเซอร์ จะมีความไวต่อแสงแดดเล็กน้อย ดังนั้น เพื่อให้รอยแผลจางไว แนะนำค่ะว่า ให้หลีกเลี่ยงแสงแดดต่อเนื่องอย่างน้อย 7 – 10 วัน

ทำ CO2 Laser ที่ไหนดี?

1. เลือกคลินิกที่ถูกกฎหมาย โดยผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย มีเลขที่ใบอนุญาตในการเปิดบริการ 11 หลัก ติดอยู่บนหน้าร้าน พร้อมชื่อ สาขา

2. คลินิกที่มีแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ด้านการทำ CO2 Laser มาก่อน เพื่อป้องกันการเกิดข้อผิดพลาดที่อาจเป็นอันตรายต่อผิวหนังของเรานั่นเองค่ะ

3. เลือกคลินิกที่มีบริการปรึกษาแพทย์ฟรี ทั้งก่อน และหลังทำ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดผลข้างเคียงจากปัจจัยต่างๆ ได้

4. คลินิกที่มีการติดตามผลหลังทำของคนไข้เสมอ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ เลเซอร์ CO2 คืออะไร

Q: จี้ไฝหรือขี้แมลงวันด้วยเลเซอร์ CO2 แล้วกลับมาเป็นอีกไหม?

A: หากกำจัดออกจนหมด ส่วนใหญ่จะไม่กลับมาเป็นซ้ำที่จุดเดิม แต่ถ้ารากลึกมาก หรือกำจัดออกไม่หมด อาจมีโอกาสกลับขึ้นมาได้อีกเล็กน้อย

Q: หลังทำเลเซอร์ CO2 แต่งหน้าได้ไหม?

A: ควรรอจนกว่าสะเก็ดจะหลุดและแผลปิดสนิทก่อน โดยทั่วไปประมาณ 5–7 วัน หากจำเป็นต้องแต่งหน้า ควรหลีกเลี่ยงบริเวณแผลโดยตรง

Q: หลังทำโดนน้ำได้ไหม?

A: ใน 24 ชั่วโมงแรกควรหลีกเลี่ยงน้ำ หลังจากนั้นสามารถล้างหน้าเบา ๆ ได้ แต่ไม่ควรถูแรงหรือแช่น้ำนาน

Q: เลเซอร์ CO2 ต่างจากการจี้ไฟฟ้ายังไง?

A: เลเซอร์ CO2 มีความแม่นยำสูงกว่า และมักควบคุมความลึกได้ดีกว่า จึงลดโอกาสเกิดรอยหรือแผลเป็นได้มากกว่าการจี้ไฟฟ้าในบางกรณี

Q: คนที่เป็นคีลอยด์หรือเป็นแผลเป็นง่าย ทำได้ไหม?

A: ควรแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพราะคนที่มีประวัติเป็นคีลอยด์อาจมีความเสี่ยงเกิดแผลนูนมากกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณหน้าอก ไหล่ หรือกราม

Q: ทำบริเวณรอบดวงตาปลอดภัยไหม?

A: สามารถทำได้ หากทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ และมีการป้องกันดวงตาระหว่างทำอย่างเหมาะสม

Q: หลังทำต้องทายาอะไร?

A: แพทย์มักให้ยาฆ่าเชื้อหรือครีมช่วยสมานแผล เพื่อให้แผลแห้งเร็ว ลดโอกาสติดเชื้อ และลดรอยหลัง

Q: ถ้าสะเก็ดหลุดเร็วเกินไป จะเป็นรอยไหม?

A: มีโอกาสทำให้ผิวเป็นรอยแดง รอยดำ หรือแผลหายช้าลงได้ จึงไม่ควรแกะสะเก็ดหรือขัดผิวบริเวณนั้นเด็ดขาด

Q: เลเซอร์ CO2 เจ็บไหม?

A: ไม่เจ็บค่ะ เพราะก่อนทำแพทย์จะทายาชาบริเวณที่จะรักษาก่อนทุกครั้ง ระหว่างทำอาจรู้สึกร้อนเล็กน้อย แต่ผ่านไปเร็วมาก ส่วนใหญ่ทนได้สบายค่ะ

Q: หลังทำเลเซอร์ CO2 กี่วันถึงหาย?

A: สะเก็ดแผลจะหลุดออกเองภายใน 7–14 วัน หลังจากนั้นจะเห็นผิวสีชมพูอ่อน และค่อยๆ จางกลับมาเป็นสีผิวปกติภายใน 2–4 สัปดาห์ค่ะ ระหว่างนี้ไม่ควรแกะหรือเกาสะเก็ดออกเองเด็ดขาด

Q: ทำเลเซอร์ CO2 แล้วรอยจะดำไหม?

A: มีโอกาสเกิดรอยดำหลังการอักเสบได้ในบางราย โดยเฉพาะคนผิวคล้ำ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือทาครีมกันแดด SPF 50+ ทุกวัน และหลีกเลี่ยงแสงแดดอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังทำค่ะ

Q: ทำเลเซอร์ CO2 แล้วออกแดดได้ไหม?

A: ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรงอย่างน้อย 7–14 วันหลังทำค่ะ และเมื่อสะเก็ดหลุดแล้วต้องทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันรอยดำที่อาจเกิดขึ้นหลังการรักษา

บทความและบริการที่เกี่ยวข้องจาก La Grace Clinic

บริการที่เกี่ยวข้อง:

บทความที่น่าสนใจ:

สนใจทำเลเซอร์ CO2 กำจัดขี้แมลงวัน ติ่งเนื้อ หรือไฝ? ปรึกษาแพทย์ La Grace Clinic ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

Similar Posts