รักษาหลุมสิว เปลี่ยนผิวให้เนียนใส

หลุมสิว นับเป็นปัญหาระดับชาติของหนุ่มสาว เพราะนอกจากจะเป็นง่าย หายยากแล้ว หลุมสิวที่ฝากไว้บนใบหน้าก็ยังยากต่อการปกปิด ทำให้หนุ่มๆ สาวๆ เสียความมั่นใจ และต้องหาวิธีมา รักษาหลุมสิว กันเป็นการใหญ่ ขึ้นชื่อว่าหลุมสิว ถึงจะหายยาก แต่หากรักษาอย่างถูกวิธีก็ใช่ว่าจะหายไม่ได้ ดังนั้น เรามารู้จักกับหลุมสิว และสารพัดวิธี รักษาหลุมสิว ให้ได้ผลกันเถอะ!

หลุมสิวเกิดจากอะไร?

เมื่อผิวหนังของเราเกิด สิวอักเสบ รุนแรงจนเป็นโพรงหนองภายใน คอลลาเจนใต้ชั้นผิวบริเวณนั้นจะถูกทำลาย และเมื่อเกิดบาดแผลขึ้นจากการอักเสบ หรือการบีบแกะสิว ผิวจะเกิดกระบวนการสมานแผลและสร้างพังผืดขึ้น พังผืดจะดึงรั้งผิวให้ยุบลง ประกอบกับผิวบริเวณนั้น ไม่สามารถสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ได้ ทำให้ผิวไม่เติมเต็มและมีลักษณะเป็นหลุม ดังนั้น ปัจจัยที่มักนำไปสู่การเกิดหลุมสิว จึงได้แก่ การมีสิวอักเสบขนาดใหญ่ เช่น สิวหัวช้าง สิวมีการติดเชื้อลุกลามจนขยายวงกว้าง และการบีบแกะสิวอักเสบอย่างไม่ถูกวิธี

หลุมสิวแบ่งตามความรุนแรงได้ 3 ระดับ ได้แก่

  1. Rolling scar คือหลุมสิวที่มีลักษณะคล้ายแอ่งเว้า เป็นระดับที่ตื้นที่สุด และสามารถรักษาได้ง่าย เกิดจากสิวที่อยู่ระดับไม่ลึกมากนัก
  2. Box scar คือหลุมสิวที่มีขอบเขตชัดเจน ลักษณะคล้ายบ่อ เกิดจากสิวที่อยู่ลึกลงไปเล็กน้อย แต่ยังไม่ถึงระดับรูขุมขน สามารถรักษาได้แต่ต้องใช้เวลาพอสมควร
  3. Ice pick scar คือหลุมสิวระดับที่ลึกที่สุด ลักษณะหลุมจะแคบ แต่ลึก ขอบแผลไม่เรียบ เหมือนผิวหนังถูกของแหลมจิ้ม เป็นระดับที่รักษาได้ยากที่สุดและใช้เวลานาน

การ รักษาหลุมสิว

เรามาดูตัวอย่างคุณเซฟกันเถอะ !! (ใส่วิดีโอคุณเซฟ)

ปัจจัยสำคัญในการรักษาหลุมสิว คือการกำจัดพังผืดที่รั้งผิวหนังออก และกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ การรักษาหลุมสิวสามารถทำได้หลายวิธี เช่น

การทายา/ครีมลดรอยแผลเป็น
ยาหรือครีมที่ใช้ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของกรดอินทรีย์ เช่น กรดผลไม้ AHA BHA และกรดวิตามินเอ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิว เร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนมาทดแทน ทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นได้ แต่เนื่องจากยามีกรดผสมอยู่ จึงอาจส่งผลให้ผิวเราบางลง และลอกเป็นสะเก็ดได้

การรับประทานยา
ยายอดฮิตในการรักษาสิวและหลุมสิวคือ Retinoid ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของวิตามิน เอ ยาในกลุ่มนี้จะช่วยควบคุมความมัน ลดการเกิดสิว และยังกระตุ้นผิวให้สร้างคอลลาเจนมาเติมเต็มหลุมสิวด้วย แต่ผลข้างเคียงของยาคือทำให้ผิวแห้ง ปากแห้ง ตาแห้ง ดังนั้น การทานยา Retinoid ต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์เท่านั้น

การทำ SkinNeedling
หลักการคือการใช้เข็มขนาดเล็กมากๆ มาจิ้มลงบนผิวหน้า เพื่อกระตุ้นให้ผิวเราเกิดการฟื้นฟูตัวเองเร็วขึ้น และทำให้หลุมสิวเต็มตื้นขึ้นได้ ข้อควรระวังของวิธีนี้คืออุปกรณ์ที่ใช้ต้องสะอาดปลอดเชื้อ เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ

การทำ Subcision
เป็นการใช้เข็มที่มีลักษณะเฉพาะเข้าไปเลาะพังผืดใต้ผิวออก โดยต้องทำกับหลุมสิวทีละหลุมจนทั่วใบหน้า ทำให้อาจเกิดรอยบวมช้ำหรือแผลเป็นได้ วิธีนี้ช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้น แต่ก็เสี่ยงกับการติดเชื้อทางบาดแผล และการเกิดแผลเป็นใหม่จากรอยเข็มได้เช่นกัน

การกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี (Microdermabrasion)
เป็นการกรอผิวด้วยเกล็ดคริสตัลขนาดเล็ก เพื่อกระตุ้นให้ผิวฟื้นฟูตัวเองโดยการสร้างเซลล์ผิวและคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ วิธีนี้ใช้ได้กับหลุมสิวที่ไม่ลึกมาก และอาจต้องทำหลายครั้ง รวมถึงใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะเห็นผล

การฉีดฟิลเลอร์
เป็นการฉีดสารบางอย่าง เช่น กรดไฮยาลูรอนิก เข้าไปเพื่อเติมเต็มหลุมสิว วิธีนี้ได้ผลดีกับหลุมสิวตื้นๆ และเห็นผลค่อนข้างไว แต่ในขณะเดียวกัน ฟิลเลอร์จะคงตัวอยู่ได้เพียง 6-12 เดือนเท่านั้น หลังจากฟิลเลอร์สลายตัว หลุมสิวจะกลับมาลึกเท่าเดิม

การทำเลเซอร์รักษาหลุมสิว
การทำเลเซอร์เป็นวิธีรักษาหลุมสิวแบบถาวรที่ให้ผลดีมาก เพราะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวอย่างรวดเร็ว การทำเลเซอร์มีหลายชนิด เช่น
IPL จะได้ผลดีกับหลุมสิวตื้นๆ ระดับ Rolling scar แต่กับหลุมสิวลึกจะเห็นผลค่อนข้างช้า
Yag Laser เห็นผลรวดเร็วกว่าและดีกว่า IPL แต่ผลข้างเคียงคือจะรู้สึกเจ็บ ผิวหนังอาจเกิดแผลหรือสะเก็ด และทำให้ผิวหน้าบอบบางไวต่อแสง ในช่วง 1 สัปดาห์แรกหลังการทำจึงต้องดูแลถนอมผิวหน้าเป็นพิเศษ
Fractional CO2 เลเซอร์ชนิดนี้จะตัดพังผืดใต้ชั้นผิวพร้อมกับกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ วิธีนี้รักษาหลุมสิวได้ดีมาก แต่ก็มีความรุนแรงมากเช่นกัน ผู้ที่ทำเลเซอร์ชนิดนี้อาจต้องใช้เวลาพักฟื้นหน้าเป็นเดือนๆ กว่าผิวหนังจะเริ่มฟื้นฟูตัวเองจนเป็นปกติ
Fraxel เป็นการใช้คลื่นแสงอนุภาคเล็กไปกระตุ้นใต้ชั้นผิว เพื่อให้ผิวซ่อมแซมตัวเอง วิธีนี้อาจต้องทำซ้ำ 4-10 ครั้ง เพื่อให้หลุมสิวเต็มตื้นขึ้นเกือบหมด Fraxel เป็นวิธีที่ได้ผลดีมาก และผลข้างเคียงไม่มากนัก (อาจรู้สึกเจ็บ และผิวไวต่อแสงในช่วงแรก) แต่ก็มีราคาค่อนข้างสูง

รักษาหลุมสิวด้วยหัวทิปทองคำ( Miracle Deep Gold ) เป็นการส่งพลังงานผ่านคลื่นวิทยุความถี่สูง RF หรือ Radio Frequency ผ่านหัวทิปทองคำแท้ ลงลึกไปยังผิวชั้นล่าง และกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก เพื่อให้เกิดการสร้างผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน พร้อมกับการสร้างใหม่ของคอลลาเจน ฟื้นฟูและเติมเต็มผิวให้เรียบตึง หลุมสิวตื้นขึ้น ผิวพรรณกระชับ แลดูกระจ่างใส

การทำงานของเครื่อง Miracle Deep Gold มีลักษณะเหมือนพิรามิด ที่ส่งพลังงานส่วนใหญ่ลงลึกไปสู่ผิวชั้นล่าง แต่ไม่ทำลายผิวชั้นบน ทำให้พลังงานสามารถลงไปกระตุ้นผิวหนังชั้นล่างได้มาก ช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนในปริมาณมากขึ้น ผิวที่เป็นรอยแผลเป็น หลุมสิว ก็จะถูกสร้างให้เรียบเนียนขึ้นได้อย่างเร็วและมีประสิทธิภาพ

พลังงานที่ถูกส่งลงไปจะถูกกำหนดการกระจายมากน้อย และระดับความลึกได้ตามสภาพผิวและหลุมสิวที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

การผ่าตัดรักษาหลุมสิว ( Excision )

ใช้สำหรับหลุมสิวที่ลึกและกว้าง จนรักษาด้วยวิธีอื่นๆ ไม่ได้ผล การผ่าตัดมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของหลุมสิว โดยอาจใช้วิธีผ่าเพื่อยกเนื้อบริเวณหลุมสิวขึ้น และเย็บผิวติดกัน หรือนำผิวส่วนอื่นๆ มาปิดเติมหลุมสิวก็ได้

ดูแลตัวเองอย่างไร เมื่อเป็นหลุมสิว?

  • ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด หมดจด อย่าให้มีเครื่องสำอางตกค้าง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสิว และการอักเสบเพิ่มขึ้น
  • ลดการรับประทานอาหารมัน และ อาหารหวาน
  • หมั่นทายาที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินเอ เพื่อผลัดเซลล์ผิวที่เสียหายออกไป หรือ ทำทรีตเมนต์ กระตุ้นคอลลาเจน และฟื้นฟูผิว


การรักษาหลุมสิวเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลา และบางครั้งก็มีค่าใช้จ่ายไม่น้อย จึงต้องอดทน ใจเย็น และเลือกวิธีที่เหมาะสมและไม่ทำให้ตัวเองลำบากด้วยนะคะ สิ่งสำคัญที่สุดคือ พยายามอย่าสร้างรอยหลุมใหม่ขึ้นมา ดังนั้น ควรดูแลตัวเองเมื่อเป็นสิว อย่า บีบ แคะ หรือเกา เพราะการกระทำเหล่านี้ จะไปทำให้เกิดรอยแผลเป็น จนนำมาสู่การเป็นหลุมสิวได้

LA GRACE CLINIC >> บริการความงามครบวงจร

กำจัดขน , วิธีกำจัดขน , กำจัดหลุมสิว , สิว , หลุมสิว , กำจัดสิว , แว็กขน , กำจัดขนด้วยเลเซอร์ 

, ยกกระชับใบหน้า , โปรโมชั่นกำจัดขน , โปรโมชั่นเลเซอร์

Similar Posts