กระชับสัดส่วน เพื่อหุ่นเพรียวสวยที่ใครๆ ก็หลงใหล

3/7/2018

ไม่ว่าใครๆ ก็อยากมีหุ่นเพรียวสวยกระชับกันทั้งนั้น เพราะการมีรูปร่างดีทำให้สาวๆ อย่างเรารู้สึกมั่นใจ จะสวมใส่เสื้อผ้าอะไรก็สวย แต่การได้มาซึ่งหุ่นดีนั้นบางครั้งก็ยากเย็น วันนี้เรามีวิธี กระชับสัดส่วน มาแนะนำสำหรับสาวๆ ที่อยากมีหุ่นเพรียวสวย ซึ่งแต่ละวิธีก็มีความแตกต่างกัน ทั้งประสิทธิภาพ ราคา และระยะเวลา ให้สาวๆ ลองใช้เป็นแนวทางสำหรับเลือกวิธี กระชับสัดส่วน ของตัวเองดู

การกระชับสัดส่วน ทำได้ด้วยวิธีไหนบ้าง

1) ออกกำลังกาย
เป็นวิธีกระชับสัดส่วนสุดคลาสสิคที่ใช้ได้ผลกับทุกเพศทุกวัย แถมยังดีต่อสุขภาพ การออกกำลังกายเพื่อกระชับสัดส่วน ทำได้ทั้งออกแบบคาร์ดิโอเพื่อเผาผลาญไขมัน เช่น การวิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ และการเวทเทรนนิ่งเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กระกระชับสวยงาม วิธีออกกำลังกายนั้นใช้เวลาค่อนข้างนานจึงจะเห็นผล อีกทั้งยังต้องอาศัยความสม่ำเสมอและวินัยอย่างสูง ดังนั้น สำหรับสาวๆ ที่ไม่ชอบออกกำลังกาย หรือไม่มีเวลา อาจไม่ปลื้มกับวิธีนี้เท่าไหร่

2) สวมชุดกระชับสัดส่วน
ชุดกระชับสัดส่วนมีทั้งเสื้อและกางเกงที่ลักษณะเหมือนชุดซับใน ซึ่งช่วยเก็บสัดส่วนที่ดูย้วย เช่น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง ให้ดูกระชับยิ่งขึ้น ชุดกระชับสัดส่วนโดยทั่วไปจะช่วยให้รูปร่างดูดีขึ้นเฉพาะเวลาที่สวมใส่เท่านั้น แต่ไม่ได้ช่วยลดไขมันสะสมในร่างกายจริงๆ ดังนั้น สาวๆ อาจต้องใช้วิธีอื่นควบคู่ไปด้วย อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันก็มีสินค้าหลายยี่ห้อที่เคลมว่าสามารถช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันได้ด้วย ซึ่งสาวๆ ควรหาข้อมูลให้ดีก่อน และพิจารณาว่าคำโฆษณาเหล่านั้นเชื่อถือได้หรือไม่

3) ใช้เทคโนโลยีเพื่อกระชับสัดส่วน
ปัจจุบันมีเทคโนโลยีสำหรับกระชับสัดส่วนมากมายที่ให้บริการตามโรงพยาบาลและคลินิกความงาม ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างรวดเร็ว ทันใจ แต่ก็แลกกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ตัวอย่างเทคโนโลยีกระชับสัดส่วนที่เป็นที่นิยม ได้แก่

4) การใช้คลื่นวิทยุ (Radio Frequency)
การกระชับสัดส่วนด้วยคลื่นวิทยุ หรือ RF เป็นการใช้คลื่นความถี่วิทยุผ่านเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังเพื่อเพิ่มอุณหภูมิ และกระตุ้นให้ไขมันใต้ผิวถูกสลายได้ดีขึ้น วิธี RF นั้นเห็นผลค่อนข้างไว และสามารถสลายไขมันได้แทบทุกส่วนของร่างกาย เช่น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง โดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้ การใช้ RF จะช่วยกำจัดเซลลูไลท์ ทำให้สัดส่วนดูกระชับและผิวเรียบเนียนเต่งตึงขึ้น

5) การใช้ความเย็นบำบัด (Cryptotherapy)
วิธีนี้จะใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า Coolsculpting ซึ่งเป็นกำจัดไขมันโดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่ทิ้งรอยแผลไว้บนผิวหนัง วิธี Cryptotherapy เหมาะจะใช้กระชับสัดส่วนในบริเวณที่มีไขมันสะสมและกำจัดออกได้ยาก เช่น หน้าท้องและข้างลำตัว โดยการรักษาแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และหลังรักษาต้องใช้เวลานาน 2-3 เดือน กว่าชั้นไขมันใต้ผิวจะเรียงตัวใหม่และบางลงกว่าเดิม จึงจะเห็นผลว่าสัดส่วนดูกระชับขึ้น

6) การใช้รังสีอินฟราเรด (Infrared)
เป็นการปล่อยรังสีอินฟราเรดเข้าสู่ร่างกาย เพื่อเพิ่มอุณหภูมิในระดับเซลล์ อุณหภูมิที่สูงขึ้น 2-3 องศาเซลเซียส จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและการเผาผลาญไขมัน รวมถึงกระตุ้นการขับของเสียใต้ผิวออกมาทางเหงื่อและปัสสาวะ จึงเป็นวิธีที่ช่วยกระชับสัดส่วนให้สวยงาม และทำให้ผิวพรรณดูเรียบเนียนสดใสยิ่งขึ้น

7) การใช้คลื่นเสียง (Ultrasound)
เทคโนโลยีปัจจุบัน เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง หรือ High Intensity Focus Ultrasound (HIFU) มาใช้สลายไขมันเฉพาะจุดอย่างแม่นยำ โดยคลื่นเสียงจะถูกส่งผ่านไปยังใต้ชั้นผิวหนัง ทำให้เกิดฟองอากาศภายในเซลล์ไขมันจนเนื้อเยื่อไขมันแตกออก จากนั้นไขมันจะถูกดูดซึมและผ่านการเผาผลาญตามกระบวนการธรรมชาติ การรักษาแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 45 นาทีเท่านั้น วิธีนี้เป็นวิธีกระชับสัดส่วนที่นิยมมาก เนื่องจากเห็นผลไวและไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังการรักษา แต่ข้อจำกัดคือ จะใช้ได้กับผู้ที่มีไขมันใต้ชั้นผิวมากพอสมควรเท่านั้น เพื่อไม่ให้คลื่นเสียงไปทำลายเนื้อเยื่อที่ล้อมรอบ

8) การใช้คาร์บอกซี่ (Carboxytherapy)
เป็นการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปทำลายเนื้อเยื่อไขมันใต้ชั้นผิว วิธีนี้สามารถใช้กระชับสัดส่วนเฉพาะจุดได้ดี และไม่เป็นอันตราย เนื่องจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สามารถละลายน้ำได้ จึงถูกกำจัดออกจากร่างกายได้ด้วยกระบวนการปกติ

9) การใช้เครื่องสุญญากาศ (Vacuum massage)
เครื่องสุญญากาศจะเป็นเครื่องนวดที่ใช้ดูดผิวและกล้ามเนื้อ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเผาผลาญไขมันใต้ชั้นผิว เครื่องสุญญากาศจะช่วยให้ไขมันถูกกำจัดได้ดี ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และลดการคั่งของน้ำและของเสีย เป็นการช่วยกำจัดเซลลูไลท์ ทำให้ผิวเรียบเนียน และกระชับสัดส่วนบริเวณต่างๆ ทั้ง ต้นขา สะโพก หน้าท้อง ให้ดูสวยงาม
สำหรับการใช้เทคโนโลยีกระชับสัดส่วน อาจต้องใช้มากกว่า 1 วิธีร่วมกัน และต้องทำซ้ำ 4-5 ครั้งขึ้นไป จึงจะเห็นผล ขึ้นอยู่กับรูปร่างเดิมและปริมาณไขมันสะสมด้วย