Fat killer ทำลายไขมันตรงจุด พร้อมกระชับผิว

5/4/2017

เป็นกระบวนการทำลายเซลล์ไขมันให้แตกตัวออก และช่วยกระชับสัดส่วนได้เฉพาะจุด พลังงานจากเลเซอร์จะออกแบบให้กระจายทั่วชั้นไขมัน ผลการรักษาจึงได้ผลดี และเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก แต่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย หรือผู้ที่กลัวการผ่าตัดดูดไขมัน และเป็นเทคโนโลยีที่สามารถช่วยสลายไขมันแล้วยังกระชับสัดส่วนได้ในขั้นตอนเดียวกัน

Fat Killerอีกหนึ่งการบริการที่ทางลา กราซ คลินิกได้ทำการค้นคว้านวัตรกรรมที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา FDA จากทั้งในประเทศไทย และ ประเทศสหรัฐอเมริกา CoolSculpting เป็นนวัตรกรรมทางการแพทย์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้เข้ารับบริการทั่วโลกกว่า 3,000,000 ทรีทเม้นท์ มาตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการ ลดสัดส่วน กำจัดไขมัน ออกจากร่างกาย เปรียบเสมือนการ Design รูปร่างใหม่ให้สมส่วน และ มีสัดส่วนเล็กลง รูปร่างแลดูสมส่วนยิ่งขึ้น

“Fat Killer by CoolSculpting” มีหลักการ “การกำจัดไขมัน” อย่างไร?

  • หัวเครื่องมือ (Applicators) จะมีหลากหลายลักษณะ โดยหัวเครื่องมือนี้ถูกออกแบบมาหลากหลายขนาดเพื่อให้เหมาะสมกับหลายพื้นที่บนเรือนร่าง
  • นาบหัวเครื่องมือ (Applicators) ไปยังบริเวณที่มีไขมันสะสมเฉพาะส่วน ปล่อยพลังงานความเย็น ภายใต้การควบคุมอุณหภูมิที่ติดลบกว่า -7 องศา (อุณหภูมิจะแปรเปลี่ยนไปขึ้นอยู่กับแต่ละบริเวณที่ทำ) ควบคู่ไปกับแรงดึงดูดสูง
  • พลังงานความเย็นจะเข้าไป Freeze เฉพาะเจาะจงไปยังเซลล์ไขมันเท่านั้นจากเซลล์ไขมันที่จากเดิมเกาะกลุ่มกันอย่างหนาแน่น จะเกิดการอักเสบ และ แตกตัวออกจากกันเป็นเซลล์เล็กๆ และ สลายไปในที่สุด

เซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกายจะทำหน้าที่กำจัดเซลล์ไขมันที่แตกตัวเหล่านี้ แปรเปลี่ยนสภาพเป็นของเสียกลับไปในระบบน้ำเหลือง และ ร่างกายจะทำการระบายออกตามกลไกของธรรมชาติ โดยทั้งทางขับถ่าย และ ทางเหงื่อ

“Fat Killer” สามารถทำได้ทุกบริเวณที่มีไขมัน เช่น

  • ต้นขาด้านใน และ ด้านนอก
  • สะโพก
  • หน้าท้อง
  • รอบเอว
  • หน้าอก ผู้ที่มีไขมันจำนวนมาก
  • ไขมันด้านหน้า และ ด้านหลังรักแร้
  • ต้นแขน
  • เข่า
  • ใต้คาง

ผลลัพธ์ที่ได้จากการกำจัดไขมันด้วย “Fat Killer”

หลังทำ 2- 3 วัน เซลล์ไขมันจะเริ่มสลายไป และจะไม่เกิดขึ้นมาใหม่
หลังทำ 3 สัปดาห์ จะค่อยๆเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
หลังทำ 1 – 3 เดือน จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนที่มีขนาดเล็กลง
ไขมันในบริเวณที่ทำจะลดลง 20% – 25% โดยประมาณ

ระยะเวลาในการทำ “Fat Killer”

60 นาที / 1 บริเวณ

การดูแลตัวเองหลังทำ

  • สวมชุดรัดสัดส่วน หรือ เสตย์ อยู่เป็นประจำ
  • ประคบเย็น หากมีอาการปวด
  • ทานยาตามใบสั่งแพทย์ ไม่จำเป็นต้องทานยาแก้อักเสบเนื่องจาก วิธีนี้เป็นวิธีที่ก่อให้เกิดการอักเสบของไขมันใต้ผิวเพื่อการสลายตัวของเซลล์ไขมัน
  • การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญเซลล์ไขมันที่ตายแล้วออกมาได้เร็วยิ่งขึ้น

ข้อดีของ นวัตรกรรมทันสมัย “Fat Killer”

  • ไม่เกิดรอยแผล เนื่องจากไม่ใช่การผ่าตัด
  • ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ
  • เปรียบเสมือนเป็นการ Design รูปร่างใหม่ให้กับผู้รับบริการ
  • ทำ 1 ครั้ง เซลล์ไขมันจะสลายไป โดยที่จะไม่เกิดขึ้นมาใหม่
  • หัวเครื่องมือลักษณะแบนจะให้พลังงานความเย็นได้อย่างแม่นยำ ทำลายเฉพาะเซลล์ไขมันใต้ผิวเท่านั้น
  • มีการควบคุมอุณหภูมิด้วย Censor ตลอดระยะเวลาการทำ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิว
  • ไม่ก่อให้เกิดความผิดปกติของระบบการทำงานของ ตับ และ ค่าไขมันในเสือด

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

  • ระหว่างที่รับบริการจะมีอาการชาบริเวณที่ทำ

หลังทำทันทีอาจพบอาการ บวมเป็นก้อนแข็งในบริเวณที่ทำ แต่ผู้ให้บริการจะทำการนวดเพื่อให้ความเย็นได้กระจายตัวไปทำลายเซลล์ไขมันได้อย่างทั่วถึง และ อาการบวมจะลดลง
หลังทำ 2 – 3 วัน อาจเกิดอาการบวมขึ้นได้ใหม่ โดยบางรายอาจพบว่าปรากฏรอยแดง ช้ำ ชา หรือ คัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และ อาการเหล่านี้จะหายไปหลังทำประมาณ 2 – 3 สัปดาห์

4. อาการที่ควร เลี่ยง! การทำ “Fat Killer”

  • ผู้ที่มีประวัติการเป็นโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับ “โรคเลือด” เคยมีอาการแพ้ความเย็นขั้นรุนแรง เช่น เมื่อร่างกายได้สัมผัสกับความเย็นแล้วมีอาการเป็นลม
  • “ไส้เลื่อน” เนื่องจากหลักการทำงาน “Fat Killer” จะต้องใช้แรงดูดสูง ผู้ที่เป็นไส้เลื่อนอาจมีความเสี่ยงของอวัยวะภายในได้
  • ภายหลัง “การผ่าตัดทำคลอด” มาเป็นระยะเวลา 1 ปี จึงจะสามารถทำ “Fat Killer” ได้ ทั้งนี้ จะต้องได้รับการพิจารณาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเสียก่อน
  • ผู้ที่เคยคลอดบุตรแบบธรรมชาติ หากพบว่ามีกล้ามเนื้อบริเวณช่วงท้องที่แยกออกจากกัน จะไม่สามารถทำ “Fat Killer” บริเวณดังกล่าวได้